PM2.5 ภัยต่อสายตาเด็ก
Science News Categories
Publish date
02/02/2026
Image
1

มลพิษทางอากาศอาจกำลังทำร้ายดวงตาของเด็กๆ รุนแรงกว่าที่เราคาดคิด โดยเฉพาะในวันที่ประเทศไทยต้องเผชิญวิกฤตฝุ่น PM2.5 ที่หนาแน่นจนกลายเป็นปัญหาใหญ่ระดับชาติ

 

ข้อมูลงานวิจัยล่าสุดจากวารสาร PNAS Nexus ชี้ให้เห็นว่าการได้รับอากาศที่บริสุทธิ์มีส่วนช่วยให้การมองเห็นดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเล็ก ซึ่งอากาศที่สกปรกนี้ไม่ได้แค่เป็นภัยต่อระบบทางเดินหายใจ แต่ยังอาจเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เด็กจำนวนมากมีปัญหาสายตาจนต้องเริ่มสวมแว่นตั้งแต่อายุยังน้อย

 

ข้อสังเกตนี้มาจากงานวิจัยในเมืองเทียนจิน ประเทศจีน ที่ศึกษาการมองเห็นในเด็กวัยเรียนประมาณ 30,000 คนและพบความสัมพันธ์ที่ชัดเจนว่าเด็กจะมีสายตาดีกว่าเมื่ออยู่ในพื้นที่ที่มีระดับมลพิษทางอากาศต่ำ นักวิจัยได้มุ่งประเด็นไปที่ภาวะสายตาสั้น (Myopia) หรืออาการมองไกลไม่ชัด ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพที่รุนแรงมากในภูมิภาคเอเชีย ตัวอย่างเช่นในประเทศจีนที่พบว่าวัยรุ่นมากกว่าร้อยละ 80 มีอาการสายตาสั้นเมื่อเรียนจบชั้นมัธยมปลาย และ 1 ใน 10 คนมีอาการรุนแรงถึงขั้นวิกฤต


แม้ปัจจัยที่ทำให้สายตาสั้นจะมีหลายประการ ทั้งพันธุกรรม พฤติกรรมการจ้องหน้าจอ หรือการขาดกิจกรรมกลางแจ้ง แต่นักวิทยาศาสตร์นำโดย Zongbo Shi จาก University of Birmingham ได้ยืนยันว่ามลพิษทางอากาศคือตัวแปรสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม โดยใช้เทคนิค Machine Learning ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ในการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของข้อมูลจนพบว่าก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) และฝุ่นละอองขนาดจิ๋วในอากาศ มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับสุขภาพดวงตา ซึ่งฝุ่นเหล่านี้ก็คือส่วนประกอบหลักของ PM2.5 ที่เรากำลังเผชิญอยู่นั่นเอง
จักษุแพทย์อธิบายเสริมว่า มลพิษเหล่านี้อาจเข้าไปทำให้หลอดเลือดในจอประสาทตา (Retina) บริเวณหลังดวงตาตีบตัน ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงให้เด็กสายตาสั้นได้ง่ายขึ้น เนื่องจากดวงตาเป็นอวัยวะที่เปิดรับสัมผัสฝุ่นในอากาศโดยตรงจนเกิดการระคายเคืองและอักเสบเรื้อรัง นอกจากนี้เมื่อเด็กๆ สูดฝุ่นจิ๋วเข้าสู่ปอด สารพิษยังสามารถซึมเข้าสู่กระแสเลือดและเดินทางไปทำลายเซลล์ดวงตาจากภายในได้อีกทางหนึ่งด้วย


สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือ ผลการศึกษานี้ตอกย้ำว่าเด็กวัยประถมคือกลุ่มที่เปราะบางต่อวิกฤตนี้อย่างยิ่ง และยังเผยให้เห็นว่าขอบเขตของผลกระทบจาก PM2.5 นั้นกว้างขวางกว่าแค่เรื่องของระบบทางเดินหายใจอย่างที่เราคุ้นเคย แต่มันกำลังรุกรานไปถึงระบบประสาทและการมองเห็นซึ่งเป็นหน้าต่างสำคัญในการเรียนรู้ งานวิจัยชิ้นนี้จึงเป็นอีกหลักฐานสำคัญที่กระตุ้นให้เราต้องยกระดับการจัดการมลพิษให้ครอบคลุมทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการเข้มงวดกับเขตอากาศสะอาดรอบสถานศึกษา การจัดการไอเสียในช่วงเวลาของการรับส่งนักเรียน หรือการยกระดับมาตรฐานอากาศภายในอาคาร ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพียงเพื่อลดการเจ็บป่วยทางกาย แต่คือการปกป้องสายตาของเด็กๆ ไม่ให้ถูกทำลายลงด้วย PM2.5 ที่เราอาจเคยมองข้ามไป

 

แผนภาพนี้นำเสนอการบูรณาการข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง (cohort data) และข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Data) เพื่อประเมินผลกระทบที่มีต่อสุขภาพสายตา โดยประกอบด้วยการรวบรวมข้อมูลคุณภาพอากาศและปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมอื่นๆ เช่น สภาพอากาศ พื้นที่สีเขียว และแสงสว่างในเวลากลางคืน ควบคู่ไปกับข้อมูลส่วนบุคคล ได้แก่ ข้อมูลประชากร พฤติกรรม ประวัติการเจ็บป่วยของครอบครัว การออกกำลังกายกลางแจ้ง พฤติกรรมการบริโภคอาหาร และการตรวจสุขภาพตา
กระบวนการ Auto-ML ถูกอธิบายอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การนำเข้าข้อมูล การเตรียมและประมวลผลข้อมูล การฝึกโมเดล การวิเคราะห์ความสำคัญของตัวแปร (feature importance) ไปจนถึงการวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงส่วน (partial dependence analysis)
นอกจากนี้ ยังแสดงให้เห็นถึงประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นจากการปรับปรุงคุณภาพอากาศในการลดปัญหาสายตาสั้นในนักเรียน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาสภาพแวดล้อมที่มีผลต่อความสามารถในการมองเห็น

ที่มาภาพ 
doi: 10.1093/pnasnexus/pgaf279 

 

อ้างอิง

Payal Dhar. (2026, January 7). Air pollution might harm children’s eye health. Science News Explores. Retrieved February 1, 2026 from https://www.snexplores.org/article/air-pollution-harm-vision 
X. Chen et al. Benefits of clean air for school children's vision health. PNAS Nexus. Vol. 4, September 2025. doi: 10.1093/pnasnexus/pgaf279.
 

Created by
เรียบเรียงโดย ศักดิ์ชัย จวนงาม กองสื่อสารวิทยาศาสตร์ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ
27 Reads