งานวิจัยทางทฤษฎีใหม่ชี้ว่า โครงสร้างที่มีระเบียบแต่ไม่ซ้ำรูปเดิมอย่าง ควอซิคริสตัล อาจไม่ได้จำกัดอยู่แค่วัตถุ 3 มิติ แต่สามารถดำรงอยู่ในกาลอวกาศ (Spacetime) ตามทฤษฎีสัมพัทธภาพได้ ซึ่งอาจเป็นกุญแจสำคัญในการไขปริศนาทฤษฎีสตริง
ปกติแล้ว ผลึก (Crystal) ทั่วไปที่เราคุ้นเคย เช่น กระเบื้องปูพื้นหรือเพชร จะมีโครงสร้างที่เรียงตัวซ้ำ ๆ กันอย่างเป็นระเบียบ แต่ในธรรมชาติยังมีโครงสร้างอีกแบบที่เรียกว่า ควอซิคริสตัล (Quasicrystals) ซึ่งมีการเรียงตัวที่เป็นระเบียบเช่นกัน แต่ไม่ซ้ำรูปเดิม (Non-repeating pattern) ซึ่งที่ผ่านมานักวิทยาศาสตร์ค้นพบโครงสร้างแบบนี้ในวัตถุ 3 มิติ เช่น ในอุกกาบาตหรือเศษซากจากการทดสอบระเบิดปรมาณู
ล่าสุด ทีมนักฟิสิกส์ได้นำเสนอแนวคิดใหม่ผ่านงานวิจัยที่เผยแพร่ใน arXiv เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 และถูกแก้ไขใหม่ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ว่าควอซิคริสตัลนี้อาจไม่ได้อยู่แค่ในพื้นที่ว่าง (Space) เท่านั้น แต่สามารถแฝงตัวอยู่ในกาลอวกาศ (Spacetime) ซึ่งเป็นการผสานเวลากับพื้นที่เข้าด้วยกันตามทฤษฎีสัมพัทธภาพของไอน์สไตน์
จุดเด่นสำคัญของ ควอซิคริสตัลในกาลอวกาศ ที่ถูกเสนอขึ้นมาใหม่นี้ คือ การที่มันยอมรับกฎสมมาตรแบบลอเรนตซ์ (Lorentz symmetry) ซึ่งเป็นกฎฟิสิกส์ที่ระบุว่ากฎเกณฑ์ต่าง ๆ จะต้องเหมือนเดิม ไม่ว่าผู้สังเกตจะหยุดนิ่งหรือเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง ซึ่งปกติแล้วผลึกทั่วไปจะไม่สามารถคงสภาพนี้ในกาลอวกาศได้ แต่โมเดลใหม่นี้ทำได้ โดยผู้สังเกตที่หยุดนิ่งกับผู้ที่เคลื่อนที่ด้วยจรวดความเร็วสูงจะมองเห็นโครงสร้างนี้ในลักษณะเดียวกัน
นักวิจัยมองว่าแนวคิดนี้อาจเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญสำหรับทฤษฎีสตริง (String Theory) และควอนตัมกราวิตี้ (Quantum Gravity) โดยเสนอว่า จักรวาลของเราอาจมีโครงสร้างพื้นฐานเป็นควอซิคริสตัลที่ช่วยอธิบายได้ว่าทำไมมิติพิเศษ (Extra dimensions) ในทฤษฎีสตริงถึงถูกม้วนพับจนเรามองไม่เห็น แต่อย่างไรก็ตาม ทฤษฎีนี้ยังถือเป็นเรื่องใหม่มากและยังต้องมีการพิสูจน์เพิ่มเติมอีกมากในอนาคต

Interesting Engineering. (2025, February 18). Quasicrystal and the fourth dimension.
อ้างอิง
Conover, E. (2026, February 13). Physicists dream up 'spacetime quasicrystals' that could underpin the universe. Science News. https://www.sciencenews.org/article/spacetime-quasicrystals-universe
Boyle, L., & Mygdalas, S. (2026). Spacetime quasicrystals [Preprint]. arXiv. https://doi.org/10.48550/arXiv.2601.07769
