งานวิจัยเผย มหาพีระมิดแห่งกิซาถูกออกแบบด้วยวิศวกรรมขั้นสูง ช่วยต้านแรงแผ่นดินไหวและยืนหยัดมากว่า 4,600 ปี แม้เผชิญภัยพิบัติครั้งใหญ่ของอียิปต์
มหาพีระมิดแห่งกิซา อนุสาวรีย์อันยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรเก่าของอียิปต์โบราณที่ยืนหยัดท้าทายกาลเวลามากว่า 4,600 ปี กำลังเผยความลับทางวิศวกรรมที่ทำให้มันรอดพ้นจากภัยพิบัติทางธรรมชาติมาได้อย่างน่าทึ่ง โดยผลการศึกษาล่าสุดของทีมนักแผ่นดินไหววิทยาจากสถาบันวิจัยดาราศาสตร์และธรณีฟิสิกส์แห่งชาติของอียิปต์ (NRIAG) ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Scientific Reports ระบุว่า สุสานของฟาโรห์คูฟูแห่งนี้ถูกออกแบบและสร้างขึ้นด้วยหลักสถาปัตยกรรมและธรณีเทคนิคที่มีคุณสมบัติในการต้านทานและลดแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทีมนักวิทยาศาสตร์ได้ทำการประเมินโครงสร้างของพีระมิดโดยใช้เครื่องมือวัดแผ่นดินไหว เพื่อบันทึกการสั่นสะเทือนเบา ๆ ของสิ่งแวดล้อมโดยรอบ ที่เกิดจากทั้งแรงธรรมชาติและกิจกรรมของมนุษย์ ณ จุดตรวจวัด 37 จุดทั้งภายในและรอบๆ พีระมิด ผลการวิเคราะห์พบว่า มหาพีระมิดแสดงการตอบสนองทางโครงสร้างที่สม่ำเสมอและมั่นคงอย่างน่าทึ่ง โดยความถี่ของการสั่นสะเทือนสะท้อนว่าความเครียดทางกล สามารถกระจายตัวได้อย่างทั่วถึงและสมดุลทั่วทั้งสิ่งก่อสร้างขนาดมหึมานี้ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้มหาพีระมิดมีความทนทานต่อแผ่นดินไหวประกอบด้วยหลายองค์ประกอบหลัก ได้แก่ การมีฐานรากที่กว้างมีพื้นที่ถึง 13 เอเคอร์ และสร้างอยู่บนชั้นหินปูนธรรมชาติที่แข็งแกร่ง การมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ รูปทรงเรขาคณิตที่มีความสมมาตรสูง และมวลของหินปูนที่ค่อย ๆ ลดหลั่นลงไปตามความสูงจนถึงยอด นอกจากนี้ สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดคือการออกแบบโครงสร้างภายในอันซับซ้อน โดยเฉพาะ "ห้องว่างพิเศษ 5 ห้อง" ที่ถูกสร้างขึ้นเหนือห้องฝังศพหลัก
นักวิจัยพบว่าแม้การขยายตัวของการสั่นสะเทือนจะเพิ่มขึ้นตามความสูงของอาคารตามกลไกปกติ แต่เมื่อคลื่นความสั่นสะเทือนเดินทางผ่านห้องพิเศษเหล่านี้ พลังงานกลับถูกลดทอนและกระจายออกไปอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยปกป้องโครงสร้างห้องของกษัตริย์ไม่ให้รับแรงเค้นที่รุนแรงเกินไป แม้ว่าผู้เชี่ยวชาญจะระบุว่า ชาวอียิปต์โบราณอาจไม่ได้ตั้งใจออกแบบมาเพื่อจุดประสงค์ในการต้านทานแผ่นดินไหวโดยเฉพาะ แต่โครงสร้างอันแข็งแกร่งนี้เป็นผลลัพธ์จากการสะสมองค์ความรู้และการเรียนรู้ผ่านการลองผิดลองถูกจากพีระมิดรุ่นก่อน ๆ ที่สร้างไม่สำเร็จ จนเกิดเป็นระบบสถาปัตยกรรมที่ทนทานในระยะยาวอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งพิสูจน์ได้จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในปี 1847 และ 1992 ที่ทำลายอาคารบ้านเรือนในอียิปต์ไปนับพันหลังและคร่าชีวิตผู้คนจำนวนมาก แต่ยอดพีระมิดแห่งกิซากลับได้รับความเสียหายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ความสำเร็จนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์และการคำนวณน้ำหนักของวิศวกรโบราณ แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความสามารถอันน่าทึ่งในการบริหารจัดการโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องใช้เวลาสร้างนานถึง 20 ปี ทั้งในด้านโลจิสติกส์การขนย้ายหินปูนขนาดยักษ์ การจัดระบบห่วงโซ่อุปทาน การดูแลอาหารการกิน และการควบคุมแรงงานฝีมือนับหมื่นคน ถือเป็นข้อพิสูจน์ถึงศักยภาพสูงสุดของอารยธรรมมนุษย์เมื่อวิสัยทัศน์ วิทยาศาสตร์ และการจัดการผสานรวมเป็นหนึ่งเดียว เพื่อสร้างสิ่งก่อสร้างที่จะคงอยู่ชั่วกาลนาน
อ้างอิง
https://www.reuters.com/science/egypts-great-pyramid-giza-built-with-so…
ELGabry, M., Hamed, A., Yoshimura, S., Hussein, H. M., Maklad, M., & Salama, A. (2026, May 21). Architectural and geotechnical aspects affecting earthquake resilience for the antique Egyptian Khufu Pyramid. Nature News.
https://www.nature.com/articles/s41598-026-49962-6
