อีโบลาคองโกวิกฤตหนัก WHO เตือนเสี่ยงสูงมาก
Science News Categories
Publish date
28/05/2026
Image
1

WHO เผยคองโกเผชิญความเสี่ยง “สูงมาก” หลังอีโบลาระบาดหนักและเริ่มลามสู่ประเทศเพื่อนบ้าน ขณะความขัดแย้ง ข่าวลวง และการปฏิเสธมาตรการสาธารณสุขยิ่งทำให้สถานการณ์กลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการควบคุมโรค

 

วิกฤตการณ์แพร่ระบาดของไวรัสอีโบลาในภาคตะวันออกของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DRC) ทวีความรุนแรงและซับซ้อนยิ่งขึ้น หลังองค์การอนามัยโลก (WHO) ยกระดับความเสี่ยงในประเทศเป็น “สูงมาก” และ เผยยอดผู้ต้องสงสัยติดเชื้อพุ่งทะลุ 900 ราย ยืนยันผลแล้ว 101 ราย และคาดว่ามีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 220 ราย ซ้ำร้ายเชื้อยังได้แพร่กระจายข้ามพรมแดนไปยังประเทศยูกันดา ซึ่งตรวจพบผู้ติดเชื้อแล้ว 7 ราย และมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ราย

 

รายงานระบุว่า อุปสรรคสำคัญในการควบคุมโรคครั้งนี้มาจากกระแสข้อมูลที่ผิดพลาด  ความเชื่อ  ผิด ๆ และทัศนคติที่ประมาทของคนในชุมชน โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและผู้ค้าขายในพื้นที่ เช่น นางเฮเลน อากิลิมาลี สะท้อนว่า ประชาชนจำนวนมากยังคงปฏิเสธการสวมหน้ากากอนามัยและไม่เชื่อว่าโรคนี้มีอยู่จริง ขณะที่ขนบธรรมเนียมท้องถิ่นอย่างพิธีศพที่มีการสัมผัสร่างผู้เสียชีวิต กลายเป็นปัจจัยหลักที่เร่งการแพร่กระจายของเชื้อ เนื่องจากศพของผู้ป่วยอีโบลามีปริมาณเชื้อสูงมาก จนทางการท้องถิ่นจังหวัดอิตูริต้องประกาศมาตรการจำกัดการรวมกลุ่มและสั่งห้ามจัดงานศพชั่วคราว
สถานการณ์ยิ่งตึงเครียดหนักหลังเกิดเหตุความรุนแรงในจังหวัดอิตูริ โดยมีกลุ่มมวลชนบุกเข้าโจมตีและจุดไฟเผาสถานพยาบาล รวมถึงเต็นท์รักษาผู้ป่วยขององค์กรแพทย์ไร้พรมแดนถึง 3 ครั้งในรอบสัปดาห์ เพื่อแย่งชิงศพญาติกลับไปประกอบพิธี ส่งผลให้เจ้าหน้าที่การแพทย์ต้องเร่งอพยพผู้ป่วยท่ามกลางเสียงปืน


ดร. ปีเตอร์ ปิโอต์ ผู้ร่วมค้นพบไวรัสอีโบลา ชี้ว่านี่คือ “สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด” เนื่องจากเป็นการระบาดของสายพันธุ์อันตรายที่ยังไม่มีวัคซีนหรือวิธีการรักษาที่ได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการ อีกทั้งยังเกิดขึ้นใน เขตสงคราม ที่มีผู้พลัดถิ่นกว่า 2 ล้านคน และระบบสาธารณสุขขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานอย่างรุนแรง พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหยุดยิงเพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่ควบคุมโรคทำงานได้
นอกจากนี้ การขาดแคลนงบประมาณและทรัพยากรด้านสาธารณสุขยังทำให้การรับมือล่าช้า  

 

ดร. จีน คาเซยา ผู้อำนวยการใหญ่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งแอฟริกา (Africa CDC) ระบุว่า กำลังเร่งประสานงานเพื่อจัดหายาและเร่งพัฒนาวัคซีน แต่อาจต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าจะสำเร็จ ขณะที่องค์กรด้านมนุษยธรรมแสดงความกังวลว่า ความหวาดกลัวโรงพยาบาลอาจส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตจากโรคอื่น ๆ เช่น มาลาเรียและหัด โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี พุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย ล่าสุดแพทย์ในพื้นที่และผู้นำประเทศเพื่อนบ้านอย่างยูกันดาได้ออกประกาศเตือนให้ประชาชนงดการสัมผัสทางกายที่ไม่จำเป็น เช่น การจับมือหรือการกอด และหลีกเลี่ยงการสัมผัสซากสัตว์เพื่อสกัดกั้นวงจรการแพร่ระบาด


 

อ้างอิง

https://edition.cnn.com/2026/05/24/africa/ebola-outbreak-view-from-drc-…

Ebola update - who. UN Geneva - Multimedia Newsroom. 
https://www.unognewsroom.org/story/en/3126/ebola-update-who

Created by
เรียบเรียงโดย ธนพล เพ็ชรเย็น กองสื่อสารวิทยาศาสตร์ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ
12 Reads
Ribbon