แมงป่อง เป็นสิ่งมีชีวิตสัตว์ขาปล้อง ที่มีพิษ ลำตัวสีดำเข้มหรือมีสีสันแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ มีเปลือกหุ้มที่หนา มักหลบซ่อนตัวในที่เย็นๆ เช่น ในรูใต้ดิน หรือใต้เศษใบไม้ และจะออกมาล่าเหยื่อเฉพาะตอนกลางคืน แม้เราจะมองเห็นแมงป่องเหล่านี้เป็นสีเข้มปกติในตอนกลางวัน แต่ถ้าเราลองส่องไฟ UV ใส่ตัวแมงป่องในความมืด จะเห็นเป็นสีเขียวอมฟ้าเหมือนหลอดไฟนีออน
ทำไมแมงป่องถึงเรืองแสงได้?
ความลับของการเรืองแสงสีเขียวอมฟ้าภายใต้แสงอัลตราไวโอเลต (UV) นั้น ไม่ได้เหมือนหิ่งห้อย (ผลิตแสงได้เองจากในตัว) แต่แมงป่อง ไม่สามารถสร้างแสงเองในความมืดสนิทได้ แต่เปลือกของมันจะทำหน้าที่รับและสะสมแสงจากภายนอก กระบวนการนี้เกิดขึ้นที่เปลือกนอกชั้นนอกสุดที่เรียกว่า Cuticle ซึ่งมีสารเคมีเฉพาะตัวอยู่ 2 ชนิดหลักๆ คือ Beta-carboline และ 4-methyl-7-hydroxycoumarin
เมื่อโมเลกุลของสารเหล่านี้สัมผัสกับรังสี UV สารเคมีบนผิวจะดูดซับพลังงานนั้นไว้ แล้วปลดปล่อยพลังงานส่วนเกินออกมาในรูปแบบของคลื่นแสงที่ยาวขึ้นและมีพลังงานต่ำลง ซึ่งตกอยู่ในช่วงความยาวคลื่นที่ตาของมนุษย์มองเห็นได้พอดี นั่นคือแสงสีเขียวอมฟ้านั่นเอง
ทำไมแมงป่องถึงต้องเรืองแสง? ในทางวิทยาศาสตร์ มีการตั้งสมมติฐานหลักๆ ไว้ 3 ข้อที่น่าสนใจ:
ใช้เป็นตาที่สาม : นักวิทยาศาสตร์พบว่า เปลือกของแมงป่องทำหน้าที่เหมือนแผงโซลาร์เซลล์ที่รับแสง UV แล้วแปลงเป็นแสงสีเขียว ส่งสัญญาณต่อไปยังระบบประสาท ทำให้มันรู้ว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ในที่โล่งหรือในที่มืด ช่วยในการหลบซ่อนตัวจากผู้ล่า
ใช้ล่อเหยื่อ: แมลงกลางคืนหลายชนิดชอบบินเข้าหาแสง การเรืองแสงอ่อนๆ ของมันในธรรมชาติอาจใช้ดึงดูดอาหารให้เดินมาหาเอง
ใช้จดจำพวกเดียวกัน: ช่วยในการมองเห็นคู่ในช่วงฤดูผสมพันธุ์
การเรืองแสงนี้สามารถพบได้ในสิ่งมีชีวิตกลุ่มแมงป่องแทบทุกชนิด แต่แมงป่องจะไม่เรืองแสงอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง คือ "ตอนที่มันเพิ่งลอกคราบเสร็จ" เพราะเปลือกชั้นใหม่ยังนิ่มและยังไม่ได้สะสมสารเคมีเรืองแสงอย่างสมบูรณ์ ต้องรอประมาณ 2-3 วัน ให้เปลือกแข็งดีเสียก่อน
สิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้ยังมีความลับที่ซ่อนอยู่อีกมากมาย แต่ในทุก ๆ อย่างล้วนแต่เป็นการวิวัฒนาการเพื่อความอยู่รอดได้บนโลกใบนี้
Reference:
Frost, C. M., et al. (2001). Identification of a fluorophore from scorpion exoskeleton.
