ไขความลับทางวิวัฒนาการของตัวอ่อนงู
Science News Categories
Publish date
07/09/2026
Image
ไขความลับทางวิวัฒนาการของตัวอ่อนงู

          การค้นพบครั้งนี้นำโดย ดร. เท็ตสึโตะ มิยาชิตะ จากพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาแห่งแคนาดา และอเล็กซานดรา เวเบอร์ ผู้เขียนหลักจากมหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบีย ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Current Biology เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2026 งานวิจัยนี้ชี้ให้เห็นว่าการขดตัวเป็นวงเกลียวของตัวอ่อนงูไม่ได้เกิดจากพันธุกรรมเพียงอย่างเดียว แต่ถูกขับเคลื่อนด้วยกลศาสตร์ชีวภาพ โดยพบว่าในช่วงแรกของการเจริญเติบโต ตัวอ่อนงูจะขดตัวเวียนไปทางขวา ซึ่งเกิดจากความไม่สมดุลของอัตราการเจริญเติบโต เมื่อแกนลำตัวของงูยืดขยายอย่างรวดเร็วเพื่อสร้างลำตัวให้ยาวขึ้น แต่ระบบทางเดินอาหารกลับเติบโตช้ากว่า ทำให้ลำไส้บางส่วนหลุดลอกออกและทำหน้าที่คล้าย "สายรั้ง" ที่ดึงรั้งร่างกายเอาไว้ รวมกับถุงไข่แดงที่ขวางอยู่ทางฝั่งซ้ายของไข่ แรงผลักทางกลศาสตร์จึงบีบให้ตัวอ่อนต้องโก่งและม้วนตัวหนีไปทางขวานั่นเอง
          จุดเริ่มต้นของงานวิจัยชิ้นนี้เกิดขึ้นจากข้อจำกัดในช่วงมาตรการล็อกดาวน์จากโรคโควิด-19 ในปี ค.ศ. 2020 ซึ่งทำให้ทีมวิจัยต้องหันมาใช้วิธีการสังเกตการณ์ระยะไกล โดยการรวบรวมและวิเคราะห์ภาพถ่ายตัวอ่อนงูและสัตว์เลื้อยคลานจำพวกสควอเมตที่ไม่มีขากว่า 900 ตัวอย่างจาก 39 สายพันธุ์ เพื่อเจาะลึกถึงกลไกดังกล่าว ดร. ราอูล ดิแอซ จากมหาวิทยาลัยรัฐแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส ได้นำเทคโนโลยีการถ่ายภาพรังสี (CT scan) มาตรวจสอบ และได้ค้นพบโครงสร้างทางกายวิภาคที่ไม่เคยมีใครสังเกตเห็นมาก่อน นั่นคือ "เสาหลักของลำไส้" ที่ทะลุจุดศูนย์กลางของวงเกลียว ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่ยืนยันทฤษฎีสายรั้งทางกายภาพนี้
          อย่างไรก็ตาม รูปแบบการขดตัวแบบเวียนขวานี้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงเมื่อเวลาผ่านไป เมื่อถุงไข่แดงถูกดูดซึมจนหดเล็กลงและระบบกล้ามเนื้อของตัวอ่อนพัฒนาจนสมบูรณ์ ตัวอ่อนจะได้รับอิสระและมีศักยภาพในการเคลื่อนไหวด้วยตนเอง ทำให้ในช่วงเวลาใกล้ฟักออกจากไข่ ประชากรตัวอ่อนงูจะสามารถจัดระเบียบร่างกายใหม่ โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มที่ยังคงขดตัวเวียนขวา และกลุ่มที่ม้วนตัวกลับไปทางซ้ายในสัดส่วนที่เท่าๆ กัน การค้นพบครั้งนี้นับเป็นการสร้างจุดเปลี่ยนสำคัญในวิธีคิดของวงการชีววิทยาวิวัฒนาการ ที่พิสูจน์ให้เห็นว่ารูปทรงที่ซับซ้อนในธรรมชาติสามารถอธิบายได้ด้วยกฎทางฟิสิกส์และแรงทางกายภาพที่เรียบง่าย ซึ่งทีมนักวิจัยเชื่อมั่นว่าโมเดลดังกล่าวจะเป็นกุญแจสำคัญในการไขความลับของโครงสร้างรูปเกลียวอื่นๆ ในอาณาจักรสิ่งมีชีวิตต่อไป
 

ภาพประกอบ
 
Raul Diaz, California State University Los Angeles
 
https://doi.org/10.1016/j.cub.2026.07.078
ที่มาของภาพ. -  https://doi.org/10.1016/j.cub.2026.07.078
Raul Diaz, California State University Los Angeles

ที่มาของแหล่งข้อมูล (Reference) 
https://www.sciencedaily.com/releases/2026/09/260901070516.htm


ค้นคว้าเพิ่มเติม (แนะนำแหล่งข้อมูลเพิ่มเติม) 
https://doi.org/10.1016/j.cub.2026.07.078
 

Created by
เรียบเรียงโดย นายปิโยรส เปรมเสถียร กองสื่อสารวิทยาศาสตร์ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ
7 Reads
Ribbon