เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 มีการงานผลวิจัยลงในวารสารวิชาการนานาชาติ Emerging Microbes & Infections เกี่ยวกับศักยภาพของยา “VV116” ต่อไวรัสนิปาห์ (Nipah virus) ที่กำลังสร้างความกังวลในประเทศอินเดียในปัจจุบัน ซึ่งเป็นโรคติดเชื้อที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 40–70% ปัจจุบันยังไม่มียาหรือวัคซีนที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ คณะนักวิจัยจากประเทศจีน นำโดย ยูหมิน จาง และทีมงานจากสถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น ได้รายงานว่า VV116 ซึ่งเป็นยาต้านไวรัสชนิดรับประทานที่เคยใช้รักษาโควิด-19 สามารถยับยั้งการเพิ่มจำนวนของไวรัสนิปาห์ทั้งสองสายพันธุ์หลัก และเพิ่มอัตราการรอดชีวิตได้ แต่ยังต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมในมนุษย์เพื่อยืนยันความปลอดภัยและประสิทธิภาพ ก่อนนำมาใช้จริงในอนาคต
การศึกษานี้เป็นการวิจัยในระดับ พรีคลินิก (Preclinical study) โดยได้เริ่มจากการทดสอบในหลอดทดลอง (in vitro) เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพของยา ผลการทดสอบพบว่ายา VV116 สามารถยับยั้งไวรัสนิปาห์ได้ดีทั้งสายพันธุ์มาเลเซียและสายพันธุ์บังคลาเทศ ในระดับที่ใกล้เคียงกับยาเรมเดซิเวียร์ (Remdesivir) และมีประสิทธิภาพสูงกว่ายาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) ซึ่งเป็นยาต้านไวรัสโควิด ต่อมาทีมวิจัยได้ทดสอบยา VV116 ในหนูทดลองที่ติดเชื้อไวรัสนิปาห์ระดับร้ายแรง ผลการทดสอบพบว่ายาสามารถกระจายตัวไปยังปอด ม้าม และเข้าสู่สมองได้บางส่วน ซึ่งเป็นจุดสำคัญเนื่องจากไวรัสนิปาห์มักทำให้เกิดสมองอักเสบ
ในขั้นตอนการทดสอบประสิทธิผล ทีมวิจัยให้หนูทดลองติดเชื้อไวรัสนิปาห์ในปริมาณที่ทำให้ถึงแก่ความตาย (lethal dose) และรักษาด้วยยา VV116 ผลปรากฏว่าสามารถลดปริมาณไวรัสในปอดและสมองได้อย่างมีนัยสำคัญ ลดการอักเสบของเนื้อเยื่อปอด และช่วยให้น้ำหนักตัวของสัตว์ทดลองคงที่ได้ดีกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับยา เมื่อพิจารณาอัตราการรอดชีวิต พบว่าหนูที่ได้รับยา VV116 ขนาดสูงสุด 400 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม มีอัตราการรอดชีวิตประมาณ 66.7% ขณะที่กลุ่มที่ไม่ได้รับยามีอัตราการเสียชีวิตทั้งหมด
นักวิจัยชี้ว่า VV116 เป็นยาที่มีศักยภาพในการพัฒนาต่อยอดเป็นยาต้านไวรัสนิปาห์ โดยจุดแข็งสำคัญคืออยู่ในรูปแบบยาเม็ดรับประทาน ทำให้การกระจายยาและการดูแลรักษาในพื้นที่ที่มีการระบาดทำได้สะดวกกว่ายาที่ต้องให้ทางหลอดเลือดดำอย่าง Remdesivir นอกจากนี้ VV116 เคยมีข้อมูลความปลอดภัยจากการใช้ในผู้ป่วยโควิด-19 มาก่อน จึงอาจช่วยให้ขั้นตอนการพัฒนาเข้าสู่การทดลองทางคลินิกสำหรับโรคนิปาห์ดำเนินได้รวดเร็วยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม นักวิจัยเน้นย้ำว่าผลลัพธ์ทั้งหมดในตอนนี้ยังจำกัดอยู่ในระดับการทดลองกับสัตว์ และยังไม่มีหลักฐานยืนยันประสิทธิผลในมนุษย์ จึงยังไม่สามารถสรุปว่ายา VV116 ใช้รักษาโรคนิปาห์ในมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิผลหรือหายขาด จำเป็นต้องมีการศึกษาทางคลินิกเพิ่มเติมในมนุษย์ก่อน ซึ่งมาตรการป้องกันโรค การเฝ้าระวัง และสุขอนามัยส่วนบุคคล ยังคงเป็นแนวทางหลักในการรับมือกับการระบาด ขณะที่ยา VV116 ถือเป็นความหวังและเครื่องมือสำรองที่ช่วยเพิ่มความพร้อมของระบบสาธารณสุขในการรับมือโรคอุบัติใหม่ในอนาคต
ที่มาของแหล่งข้อมูล (Reference)
• Zhang, Y., Yao, Y., Song, S., Gao, G., Peng, Y., Liu, H., Chen, M., Zheng, W., Tian, G., Xie, Y., Shen, J., Xiao, G., Hu, T., Shan, C., & Zhang, L. K. (2025). The oral nucleoside drug VV116 is a promising candidate for treating Nipah virus infection. Emerging Microbes & Infections, 14(1), Article 2587983. https://doi.org/10.1080/22221751.2025.2587983
ค้นคว้าเพิ่มเติม (แนะนำแหล่งข้อมูลเพิ่มเติม)
• https://www.thaihealth.or.th/%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8…
