อากาศร้อนจัด บีบเวลาทำกิจกรรมกลางแจ้งให้สั้นลง
Science News Categories
Publish date
23/03/2026
Image

นักวิจัยเตือน จำนวนชั่วโมงที่ร่างกายรับมือกับความร้อนได้ลดลงอย่างน่าตกใจ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุและประชากรในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย ที่ต้องเผชิญกับสภาวะอยู่อาศัยยากขึ้น จากอุณหภูมิที่สูงขึ้น

 

งานวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร Environmental Research: Health เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2026 ระบุว่าสภาวะโลกร้อนที่ทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยโลกสูงขึ้นเพียง 1.2 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับยุคก่อนอุตสาหกรรม ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสามารถในการใช้ชีวิต (Livability) ของมนุษย์อย่างรุนแรง

 

ทีมวิจัยนำโดย L.A. Parsons ได้ใช้แบบจำลองสมดุลความร้อนของร่างกายมนุษย์ที่ชื่อว่า HEAT-Lim เพื่อประเมินว่าอุณหภูมิและความชื้นในอากาศโดยรอบจำกัดกิจกรรมทางกายในระดับใดโดยไม่ทำให้อุณหภูมิแกนกลางร่างกายสูงขึ้นเป็นอันตราย หรือเกิดภาวะฮีทสโตรก ซึ่งข้อมูลจากการวิเคราะห์ย้อนหลังตั้งแต่ปี 1950-2024 พบการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนในสองกลุ่มอายุ คือ กลุ่มคนวัยทำงาน (18-40 ปี) ที่ปัจจุบันต้องเผชิญกับสภาวะความร้อนที่จำกัดการทำกิจกรรมกลางแจ้งเฉลี่ย 50 ชั่วโมงต่อปี ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า และกลุ่มผู้สูงอายุ (มากกว่า 65 ปี) ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยมีจำนวนชั่วโมงที่จำกัดการทำกิจกรรมลดลงเหลือเพียงกิจกรรมเบา ๆ เฉลี่ยถึง 900 ชั่วโมงต่อปี หรือประมาณ 10% ของทั้งปี เพิ่มขึ้นถึง 300 ชั่วโมง เมื่อเทียบกับช่วงปี 1950-1979


เทคโนโลยี HEAT-Lim คำนวณสมดุลความร้อนของร่างกายโดยพิจารณาจากปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม เช่นอุณหภูมิ ความชื้น และความเร็วลม ร่วมกับปัจจัยส่วนบุคคล อย่างอัตราการหลั่งเหงื่อและพื้นที่ผิวหนัง ร่างกายมนุษย์ระบายความร้อนผ่านการระเหยของเหงื่อเป็นหลัก แต่ในพื้นที่ที่มีความชื้นสัมพัทธ์สูง เช่น ประเทศไทยเหงื่อจะระเหยได้ยาก ทำให้ความร้อนสะสมในร่างกายจนถึงระดับอันตรายได้ โดยผู้สูงอายุจะมีประสิทธิภาพในการหลั่งเหงื่อและการตอบสนองของระบบไหลเวียนโลหิตจะลดลง ทำให้มีขีดจำกัดในการทนความร้อนต่ำกว่าคนหนุ่มสาวอย่างมาก แม้จะอยู่ในร่มก็ตาม


งานวิจัยระบุว่าภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดในการใช้ชีวิตมากที่สุด สำหรับคนไทย สภาวะร้อนจัด ร้อนตับแลบ หรือร้อนตับแตก ที่มาพร้อมความชื้นสูง ไม่ได้เป็นเพียงความรู้สึกไม่สบายตัวอีกต่อไป แต่ยังหมายถึง ข้อจำกัดด้านอาชีพ เช่น เกษตรกร หรือคนงานก่อสร้าง จะมีชั่วโมงที่สามารถทำงานได้อย่างปลอดภัยลดน้อยลงเรื่อย ๆ หรือในผู้สูงอายุที่ชอบออกกำลังกายด้วยการเดินหรือทำกิจกรรมเบา ๆ ในสวน อาจเสี่ยงต่อภาวะฮีทสโตรกได้ง่ายขึ้นแม้ในวันที่รู้สึกว่าแค่ร้อนปกติ และในปีที่มีปรากฏการณ์เอลนีโญ เช่น ปี 2024 ข้อจำกัดด้านการใช้ชีวิตจะยิ่งพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์

 

แม้เทคโนโลยีเครื่องปรับอากาศจะช่วยบรรเทาความร้อนในอาคารได้ แต่สำหรับประชากรกลุ่มเปราะบางที่เข้าถึงทรัพยากรได้จำกัด ความเสี่ยงนี้คือภัยคุกคามต่อชีวิต การปรับปรุงผังเมือง การเพิ่มพื้นที่สีเขียว และการใช้ระบบแจ้งเตือนดัชนีความร้อน (Heat Index) ที่แม่นยำอาจเป็นเรื่องเร่งด่วนสำหรับประเทศไทย เพื่อให้คนไทยทุกวัยยังสามารถใช้ชีวิตนอกบ้านได้อย่างปลอดภัยในโลกที่ร้อนขึ้น

 

อ้างอิง

Extreme heat is cutting the time people can safely be active outdoors. https://www.sciencenews.org/article/extreme-heat-outdoor-activity-unsafe 
L A Parsons et al 2026 Environ. Res.: Health 4 015013. Intensifying global heat threatens livability for younger and older adults. https://iopscience.iop.org/article/10.1088/2752-5309/ae3c3a 
 

Created by
เรียบเรียงโดย แก้วนภา ชวาร์ซ กองสื่อสารวิทยาศาสตร์ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ
11 Reads
Ribbon