อินเดียประกาศเฝ้าระวังเข้ม! พบผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์ ย้ำความรุนแรงสูง และยังไม่มีวัคซีน
Science News Categories
Publish date
23/01/2026
Image

สาธารณสุขอินเดียเร่งคัดกรองกลุ่มเสี่ยง หลังพบสัญญาณการแพร่ระบาดของไวรัสนิปาห์ที่มีค้างคาวแม่ไก่เป็นพาหะสำคัญ พร้อมย้ำความรุนแรง อัตราการตายสูงถึง 75% และยังไม่มีวัคซีนป้องกัน
 

รัฐเบงกอลตะวันตกของประเทศอินเดีย โดยเฉพาะในเมืองกัลกัตตา กำลังอยู่ในภาวะเฝ้าระวังสูงสุด หลังมีการรายงานพบผู้ป่วยที่สงสัยว่าติดเชื้อไวรัสนิปาห์ (Nipah virus - NiV) ซึ่งเป็นไวรัสสายพันธุ์อันตรายที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงและยังไม่มีวัคซีนป้องกันอย่างเป็นทางการในปัจจุบัน ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสร้างความกังวลไปทั่วภูมิภาคเนื่องจากกัลกัตตาเป็นเมืองที่มีประชากรหนาแน่น ซึ่งอาจส่งผลให้การแพร่ระบาดจากคนสู่คนเกิดขึ้นได้ง่าย

 

จากการรายงานของสำนักข่าว The Independent เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2026 ระบุว่า เจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้เริ่มกระบวนการติดตามและกักตัวผู้ที่มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่ต้องสงสัยทันที ซึ่งพบผู้ติดเชื้อ 5 ราย และมีผู้ถูกกักตัวเกือบ 100 คน โดยไวรัสนิปาห์ถือเป็นหนึ่งในเชื้อโรคที่องค์การอนามัยโลก (WHO) จัดให้อยู่ในกลุ่มโรคที่มีความสำคัญเร่งด่วน (Priority Diseases) เนื่องจากอาจก่อให้เกิดการแพร่ระบาดใหญ่ และปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาที่จำเพาะเจาะจง

 

ไวรัสนิปาห์ (NiV) จัดอยู่ในตระกูล Paramyxoviridae สกุล Henipavirus ซึ่งเป็นไวรัสที่มีกรดไรโบนิวคลีอิกเป็นสารพันธุกรรม (RNA virus) สามารถติดต่อจากสัตว์มาสู่คนได้ โดยมีค้างคาวแม่ไก่เป็นพาหะตามธรรมชาติ การติดต่อมักเกิดขึ้นผ่าน 3 ช่องทางหลัก คือ การสัมผัสโดยตรงกับสารคัดหลั่งของค้างคาว เช่น ปัสสาวะ หรือน้ำลาย การรับประทานผลไม้ที่มีไวรัสปนเปื้อนจากการที่ค้างคาวมากินก่อนหน้า หรือการแพร่กระจายจากคนสู่คนผ่านการสัมผัสใกล้ชิดกับสารคัดหลั่งของผู้ป่วย ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการระบาดในโรงพยาบาลหรือในครอบครัว ไวรัสนิปาห์ ถูกค้นพบครั้งแรกในปี ค.ศ. 1998 ในประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ และในปี 2018 ได้คร่าชีวิตผู้คนในรัฐเกรละทางตอนใต้ของอินเดียไปเป็นจำนวนมาก

 

ความน่ากังวลของไวรัสชนิดนี้อยู่ที่อาการหลังจากติดเชื้อ เริ่มจากอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ปวดศีรษะ และไอ ก่อนจะลุกลามอย่างรวดเร็วไปสู่ภาวะสมองอักเสบเฉียบพลัน (Acute Encephalitis) ทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการมึนงง ชัก และเข้าสู่ภาวะโคม่าได้ภายใน 24-48 ชั่วโมง โดยสถิติระบุว่าอัตราการเสียชีวิตของผู้ติดเชื้อสูงถึง 40- 75% ขึ้นอยู่กับความรวดเร็วในการวินิจฉัยและคุณภาพของการรักษาตามอาการ

 

แม้ว่าในปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนที่ผ่านการรับรองอย่างเป็นทางการ แต่ความพยายามในระดับสากลกำลังเร่งพัฒนาวัคซีนต้นแบบ โดยใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ เช่น Viral Vector และ mRNA ซึ่งบางส่วนอยู่ในขั้นตอนการทดสอบทางคลินิก (Clinical Trials) โดยเฉพาะหลังจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้การพัฒนาวัคซีนทำได้รวดเร็วขึ้น

 

ในระหว่างที่รอความก้าวหน้าทางการแพทย์ วิธีป้องกันที่ดีที่สุด คือ การหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์พาหะ การทำความสะอาดผลไม้ด้วยวิธีที่ถูกต้อง และการใช้อุปกรณ์ป้องกันร่างกาย (PPE) สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วยที่มีอาการเข้าข่าย เพื่อตัดวงจรการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส
 

อ้างอิง

The Independent: India rushes to contain deadly Nipah virus outbreak after five cases confirmed
The Independent: Nearly 100 people quarantined as India rushes to contain zoonotic virus
 

Created by
เรียบเรียงโดย แก้วนภา ชวาร์ซ เรียบเรียงโดย แก้วนภา ชวาร์ซ กองสื่อสารวิทยาศาสตร์ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ