ความหวังใหม่จากว่านหางจระเข้ นักวิจัยเผยใช้คอมพิวเตอร์จำลองพบสาร “เบต้าซิโตสเตอรอล” มีศักยภาพช่วยยับยั้งเอนไซม์ต้นเหตุของอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s disease)
การแพทย์ทางเลือกและประสาทวิทยาประสานความร่วมมือครั้งสำคัญ หลังผลการศึกษาล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ Current Pharmaceutical Analysis โดยทีมวิจัยของ เมเรียม เคดราอุย ได้เปิดเผยการค้นพบศักยภาพอันน่าทึ่งของสารประกอบธรรมชาติที่พบใน "ว่านหางจระเข้" โดยเฉพาะสาร เบต้าซิโตสเตอรอล (Beta-sitosterol) ที่อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนในการพัฒนาแนวทางการรักษาโรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s disease)
จากการทดลองด้วยเทคนิคการจำลองระดับโมเลกุลขั้นสูงผ่านระบบคอมพิวเตอร์ (in silico) ทีมวิจัยพบว่าสารเบต้าซิโตสเตอรอลมีความสามารถโดดเด่นในการเข้าจับกับเอนไซม์ อะเซทิลโคลีนเอสเทอเรส (AChE) และ บิวทิริลโคลีนเอสเทอเรส (BChE) ได้อย่างเหนียวแน่นและมีความเสถียรสูงกว่าสารชนิดอื่น ซึ่งเอนไซม์ทั้งสองนี้คือตัวการหลักที่คอยทำลาย "อะเซทิลโคลีน" สารสื่อประสาทสำคัญที่ช่วยเรื่องการจดจำและการสื่อสารระหว่างเซลล์ประสาท การค้นพบนี้จึงชี้ให้เห็นว่าสารจากว่านหางจระเข้อาจช่วยชะลอการเสื่อมถอยของสมองและคงประสิทธิภาพการเรียนรู้ของผู้ป่วยไว้ได้นานขึ้น
นอกจากประสิทธิภาพในการรักษาแล้ว งานวิจัยยังให้ความสำคัญกับความปลอดภัย โดยผ่านการวิเคราะห์ระบบADMET การดูดซึม (Absorption), การกระจายตัว (Distribution), การเผาผลาญ (Metabolism) การขับถ่าย (Excretion), และความเป็นพิษ (Toxicity) เพื่อประเมินผลกระทบต่อร่างกายพบว่าเบต้าซิโตสเตอรอลมีคุณสมบัติทางเภสัชจลนศาสตร์ที่เหมาะสม ทั้งการดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้ดีและการขับถ่ายออกจากร่างกายที่เป็นระบบ โดยมีความเป็นพิษในระดับต่ำมาก ซึ่งถือเป็นคุณสมบัติสำหรับการพัฒนาเป็นยารักษาโรคในระยะยาว แม้ว่าในขณะนี้ผลการศึกษาจะยังอยู่ในขั้นการจำลองผลและรอการยืนยันจากการทดสอบทางคลินิกในมนุษย์ แต่นักวิทยาศาสตร์เชื่อมั่นว่านี่คือการวางรากฐานครั้งสำคัญที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าการดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม โดยการเปลี่ยนพืชสมุนไพรที่เราคุ้นเคยให้กลายเป็นนวัตกรรมยาจากธรรมชาติเพื่อการดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมอย่างปลอดภัยและเข้าถึงได้ในอนาคต
อ้างอิง
https://www.sciencedaily.com/releases/2026/02/260206012213.htm
In silico exploration of aloe vera leaf compounds as dual ache and BCHE inhibitors for alzheimer’s disease therapy - sciencedirect. (n.d.-d).
https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S1573412925000192
