เชื่อว่าหลายคนที่ไปเยือนที่ถ้ำนาคา จังหวัดบึงกาฬ จะต้องเห็นลวดลายบนหินเป็นเอกลักษณ์ที่ดูคล้ายกับเกล็ดพญานาคอย่างน่าอัศจรรย์ ซึ่งในทางธรณีวิทยาเรียกปรากฏการณ์นี้ว่าซันแคร็ก (Sun Crack) หรือการแตกระแหงของผิวหินเมื่อเจอการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแบบสุดขั้วเมื่อหลายแสนปีก่อน เห็นได้ทั่วไปตามทางขึ้นของถ้ำนาคาที่ทิ้งหลักฐานสภาพแวดล้อมในอดีตไว้มากมาย
หากเราลองมองเข้าไปในเนื้อหินทรายดีๆ เราจะเห็นลายเส้นบางๆ ที่วางตัวเรียงกันเป็นชั้นๆ ซึ่งก็คือชั้นหิน (Bedding) ที่เกิดจากการทับถมของตะกอน โดยตะกอนที่ใหม่กว่าจะทับถมบนตะกอนที่เก่ากว่าไปเรื่อย ๆ คล้ายกับขนมชั้น แต่ความพิเศษของที่นี่คือชั้นหินส่วนใหญ่ไม่ได้วางตัวขนานกันเป็นเส้นตรง แต่กลับมีลักษณะเป็นเส้นเฉียงๆ ที่ตัดกันไปมา ซึ่งเราเรียกลักษณะนี้ว่า Cross-bedding หรือ ชั้นหินเฉียงระดับ
ลักษณะเหล่านี้คือหลักฐานที่ประทับไว้ในอดีตนับล้านปีก่อนว่า บริเวณภูลังกาทั้งหมดนี้เคยเป็นทางน้ำหรือเนินทรายขนาดใหญ่ไพศาลมาก่อน เส้นเฉียงที่พบในชั้นหินเหล่านี้เกิดจากการพัดพาตะกอนและเกิดการเปลี่ยนแปลงทิศทางของกระแสน้ำหรือกระแสลมในอดีต ทำให้ตะกอนตกเอียงไปตามทิศทางของกระแสน้ำหรือลม เราจึงสามารถดูทิศทางการไหลของน้ำหรือการพัดพาของลมได้จากทิศทางการเอียงของชั้นหินเหล่านั้น
ดังนั้น เวลาเราไปเที่ยวถ้ำนาคาครั้งหน้า เรากำลังจะเรียนรู้เรื่องราวในอดีตไปพร้อมกับร่องรอยเหล่านั้นผ่านการสังเกตหินเหล่านี้ดู ภูลังกาจึงไม่ใช่แค่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ แต่ยังเป็นเหมือนหนังสือธรณีวิทยาเล่มยักษ์ที่เปิดให้เราอ่านเรื่องราวของโลกเมื่อหลายล้านปีก่อน
