ผู้หญิงควรจดบันทึกอารมณ์ เพื่อตรวจสอบว่าตนเป็นโรค PMDD หรือไม่ ก่อนที่จะสายไป
Science News Categories
Publish date
19/05/2026
Image
1

พบโรค (Premenstrual Dysphoric Disorder หรือ PMDD) ในผู้หญิง ซึ่งจะมีอาการช่วง 1-2 สัปดาห์ก่อนมีประจำเดือน พบอาการด้านสุขภาพจิตรุนแรงหากไม่รู้เท่าทันตัวเองอาจก่อให้ถึงแก่ชีวิต

 

โรค (Premenstrual Dysphoric Disorder หรือ PMDD) เป็นกลุ่มอาการอารมณ์ผิดปกติก่อนมีประจำเดือน มีภาวะความผิดปกติทางสุขภาพจิตที่รุนแรงซึ่งมักเกิดขึ้นในช่วง 1-2 สัปดาห์ก่อนมีประจำเดือน หรือที่เรียกว่าระยะลูเทียล (Luteal phase) โดยมีความรุนแรงและส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตมากกว่าภาวะ PMS ทั่วไป อาการหลักที่สามารถพบได้บ่อยจะเกี่ยวข้องกับความผิดปกติทางอารมณ์อย่างรุนแรง เช่น วิตกกังวล ซึมเศร้า และการสูญเสียการควบคุมตนเอง ร่วมกับอาการทางร่างกาย เช่น อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ปวดข้อ และท้องอืด ซึ่งความทรมานเหล่านี้มักจะหายทันทีที่ประจำเดือนมา ในทางการแพทย์ สาเหตุหลักของโรค PMDD ไม่ได้เกิดจากความผิดปกติของปริมาณฮอร์โมน แต่เกิดจากการที่สมองมีภาวะไวต่อการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในระดับปกติ โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นและลดลงของโพรเจสเทอโรน และเอสโตรเจน
ในแต่ละรอบเดือน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสารเคมีในสมอง โรคนี้สามารถพบได้ในผู้หญิงทุกช่วงวัยเจริญพันธุ์ แต่มักจะแสดงอาการหรือทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนอย่างฉับพลัน เช่น ช่วงวัยแรกรุ่นและช่วงก่อนวัยหมดประจำเดือน


แม้ว่า PMDD จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรง แต่มักเป็นโรคที่ถูกมองข้าม องค์กรระหว่างประเทศเพื่อความผิดปกติก่อนมีประจำเดือน (IAPMD) ประเมินว่ามีผู้หญิงจำนวนมากที่เผชิญกับภาวะนี้ แต่มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ได้รับการวินิจฉัยอย่างถูกต้อง สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือผู้ป่วย PMDD มีความเสี่ยงสูงมากในการมีความคิดและพยายามไม่อยู่บนโลกนี้สูงกว่าคนทั่วไป ความรุนแรงของโรคนี้สะท้อนให้เห็นได้ชัดเจนจากประสบการณ์ของผู้ป่วยจริง อย่าง แอนนิกา วาฮีด ในวัย 42 ปี ซึ่งต้องทนทุกข์กับโรคนี้มานานกว่า 8 ปี เธอต้องเผชิญกับความคิดที่ไม่อยากอยู่บนโลกนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าในทุก ๆ เดือน โดยเธอบรรยายความรู้สึกว่าเหมือนมีมัจจุราชมาเยือนทุกเดือนก่อนที่อาการทั้งหมดจะหายไปเมื่อประจำเดือนมา ในขณะที่ เคธี คุก (Katy Cooke) หญิงสาววัย 21 ปี เริ่มมีอาการตั้งแต่อายุ 12 ปี แต่ต้องใช้เวลาถึง 9 ปีและอาศัยการจดบันทึกอารมณ์ตลอดทั้งเดือนเพื่อหาความเชื่อมโยง จึงจะได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง ส่วนลิลีโรส วินเทอร์ วัย 31 ปี ซึ่งผ่านการรักษาตาม
มาตรฐานมาแล้วแต่ยังไม่ได้ผล กำลังพิจารณาทางเลือกที่รุนแรงขึ้นอย่างการทำเคมีวัยหมดประจำเดือน (Chemical menopause) เพื่อหยุดรอบเดือนด้วยสารเคมี


ปัจจุบันแนวทางการรักษาทางวิทยาศาสตร์มีหลากหลายทางเลือก ตั้งแต่การใช้ยาต้านเศร้ากลุ่ม SSRIs การใช้ยาคุมกำเนิดหรือฮอร์โมนบำบัด เช่น ห่วงอนามัยชนิดเคลือบฮอร์โมน (Mirena IUD) ไปจนถึงการรักษาที่ซับซ้อนขึ้นอย่างการใช้สารเคมีเพื่อหยุดการทำงานของรังไข่ และในกรณีที่รุนแรงที่สุดอาจต้องพิจารณาการผ่าตัดรังไข่ออกเพื่อหยุดวงจรการแกว่งตัวของฮอร์โมนอย่างถาวร
อย่างไรก็ตาม ในด้านความก้าวหน้าทางการวิจัยและการแพทย์ นักวิจัยอย่าง ลินเซย์ แมทธิวส์ ได้ผลักดันให้มีการพัฒนาเครื่องมือเพื่อช่วยให้แพทย์สามารถคัดกรองสัญญาณของ PMDD ได้แม่นยำขึ้น โดยเน้นย้ำให้แพทย์ซักประวัติเกี่ยวกับรอบเดือนเสมอ ซึ่งระบบสาธารณสุขในต่างประเทศอย่าง NHS ได้เริ่มนำเครื่องมือเหล่านี้มาปรับใช้ ท้ายที่สุดนี้ ภาครัฐได้เริ่มตระหนักแล้วว่าผู้ป่วย PMDD ถูกละเลยมานานเกินไป จึงได้มีการประกาศปรับปรุงยุทธศาสตร์สุขภาพสตรี เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ป่วยจะได้รับการรับฟังปัญหาอย่างแท้จริง และสามารถเข้าถึงการส่งต่อให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางได้ตั้งแต่การเข้ารับการตรวจในครั้งแรก

อ้างอิง

https://www.bbc.com/thai/articles/c152pvxwwj1o
https://w1.med.cmu.ac.th/obgyn/lecturestopics/topic-review/6891/
 

Created by
เรียบเรียงโดย ปัณฑารีย์ สมบูรณ์วณิชย์ กองสื่อสารวิทยาศาสตร์ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ
5 Reads
Ribbon