จากกล้อง 8K พลัง AI ถึงนาฬิกาจับเวลาเสี้ยวนาโนวินาที โอลิมปิกฤดูหนาว 2026 ที่อิตาลีกำลังสร้างมาตรฐานใหม่ให้โลกกีฬา
ข้อมูลจากนิตยสาร IEEE Spectrum เผยแพร่เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ที่ผ่านมา ชี้ให้เห็นว่า การแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2026 ณ เมืองมิลานและกอร์ตีนาดัมเปซโซ (Cortina d'Ampezzo) ประเทศอิตาลี ระหว่างวันที่ 6-22 กุมภาพันธ์ 2026 ไม่ได้เป็นเพียงเวทีประชันความสามารถของสุดยอดนักกีฬาเท่านั้น แต่ยังเป็นสนามโชว์เคสเทคโนโลยีการกีฬาที่ล้ำสมัยที่สุดเท่าที่เคยมีมา หัวใจสำคัญ คือ การนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบวิเคราะห์การเคลื่อนไหว (Motion Analysis) มาใช้ เพื่อช่วยทั้งการตัดสินของกรรมการและการรับชมให้แม่นยำและน่าตื่นตาตื่นใจยิ่งขึ้น
กล้อง 8K และ AI ในสนามสเกตน้ำแข็ง
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญ คือ การอัปเกรดเทคโนโลยีในกีฬาสเกตลีลา (Figure Skating) ซึ่งเป็นประเภทกีฬาที่มีผู้ชมเป็นจำนวนมาก ด้วยการติดตั้งกล้องความละเอียดสูงระดับ 8K จำนวน 14 ตัวรอบลานสเกต เพื่อจับภาพทุกท่วงท่าของนักกีฬา โดยมีซอฟต์แวร์ตีความภาพถ่ายและสร้างแบบจำลอง 3 มิติของนักกีฬา (3D Modeling) เพื่อติดตามเส้นทาง (Trajectory) และตำแหน่งในทุกมิติ (แกน X, Y และ Z) มีระบบ AI ประมวลผลด้วยความเร็วสูง ช่วยคำนวณความสูงของการกระโดด เวลาที่ตัวลอยอยู่ในอากาศ (Air time) และความเร็วขณะลงสู่พื้นแบบเรียลไทม์ โดยใช้เวลาประมวลผลทั้งหมดน้อยกว่า 0.1 วินาที ก่อนจะแสดงผลเป็นกราฟิกบนหน้าจอทีวี
นอกจากนี้ยังมีการใช้โมเดล AI ที่หลากหลาย ช่วยให้ผู้ประกาศข่าวและผู้บรรยายสามารถประมวลผลทุกการเคลื่อนไหวบนน้ำแข็งของนักสเก็ตแต่ละคนได้ โดย AI ที่ทำงานร่วมกับกล้องบันทึกภาพจะช่วยประเมินท่าทาง ให้กล้องเข้าใจสิ่งที่มันกำลังมองอยู่ และยังมี AI ประเภทมัลติโมดอล (Multimodal AI) ที่สามารถประมวลผลข้อมูลหลายประเภท ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลที่เก็บรวบรวมมาได้

เซนเซอร์อัจฉริยะบนสกี
สำหรับการแข่งขันสกีกระโดดไกลหรือสกีจัมพ์ปิ้ง (Ski Jumping) เทคโนโลยีจะเน้นไปที่การติดเซนเซอร์น้ำหนักเบาไว้ที่สกีแต่ละข้าง ไม่ใช่ที่ตัวนักกีฬาเพื่อไม่ให้รบกวนสมาธิหรือการเคลื่อนไหว ข้อมูลความเร็ว อัตราเร่ง และตำแหน่งในอากาศที่เซนเซอร์วัดได้จะถูกนำไปวิเคราะห์ร่วมกับสภาพลมในขณะนั้น เพื่อดูว่าปัจจัยสิ่งแวดล้อมส่งผลต่อการกระโดดอย่างไร นอกจากนี้ยังมีกล้องความเร็วสูงติดตามนักกระโดดสกีแต่ละคน จากนั้นกล้องสโตรโบสโคป (Stroboscopic Camera) จะบันทึกภาพไทม์แลปส์แสดงตำแหน่งของร่างกายต่อเนื่องตลอดการกระโดด เพื่อวิเคราะห์ตำแหน่งร่างกาย โดยเฉพาะในช่วง 20-30 เมตรแรกหลังออกตัว ซึ่งเป็นช่วงวิกฤตที่นักกีฬาต้องจัดท่าทางเป็นรูปตัว V เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด

ระบบจับเวลาความเที่ยงตรงสูง และภาพเสมือนที่เส้นชัย
การตัดสินความพ่ายแพ้และชัยชนะในโอลิมปิกมักห่างกันเพียงเสี้ยววินาที Omega และ Swiss Timing ได้นำระบบจับเวลาความเที่ยงตรงสูงที่มีชื่อทางการตลาดว่า Quantum Timer มาใช้ ซึ่งสามารถวัดเวลาได้ละเอียดถึง 1 ในล้านส่วนของวินาที หรือมีเลขหลังจุดทศนิยมถึง 6 หลัก โดยจากการทดสอบในห้องปฏิบัติการมีความคลาดเคลื่อนเพียง 23 นาโนวินาทีต่อ 24 ชั่วโมงเท่านั้น และอุปกรณ์เหล่านี้จะถูกปรับเทียบค่าความแม่นยำ (Calibration) อย่างต่อเนื่องเพื่อให้มั่นใจในมาตรฐานเดียวกันในทุกประเภทกีฬาที่ใช้การจับเวลา
นอกจากนี้ ในกีฬาบอบสเลจ์ (Bobsleigh) หรือการแข่งขันเลื่อนน้ำแข็ง ยังมีการเปิดตัวระบบ Virtual Photo Finish ข้อมูลจาก Quantum Timer จะถูกนำมาเปลี่ยนเป็นภาพเปรียบเทียบระหว่างเลื่อนแต่ละลำที่ผ่านเส้นชัยจากหลาย ๆ รอบการแข่งขัน โดยนำมาซ้อนไว้บนเฟรมเดียวกัน เพื่อให้ผู้บรรยายและผู้ชมเห็นความต่างของเวลาที่เกิดขึ้นในแต่ละรอบได้อย่างชัดเจน แม้ว่าผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการจะยังคงใช้ระบบโฟโตอิเล็กทริกเซนเซอร์ (Photoelectric cells) ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ปล่อยลำแสงข้ามเส้นชัยและหยุดนาฬิกาเมื่อลำแสงถูกตัดหรือมีการเข้าเส้นชัย
แม้ว่ากีฬาฤดูหนาวอาจจะดูห่างไกลจากสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย แต่ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการวัดผลเหล่านี้นับว่ามีความหมายต่อวงการกีฬาไทยอย่างยิ่ง โดยเฉพาะนักกีฬาที่ต้องฝึกซ้อมและประชันความเร็วในระดับเสี้ยววินาที ซึ่งประเทศไทยส่ง 3 นักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันใน 2 ประเภทกีฬา ได้แก่ สองพี่น้อง มรรค จันเหลือง และ คาเรน จันเหลือง ในกีฬาสกีครอสคันทรี (Cross-country Skiing) และ ฟาเบียน อันเดรอัส วีสท์ ในกีฬาสกีลงเขา (Alpine Skiing) การที่เทคโนโลยีสามารถเปลี่ยนแรงลม หรือองศาการโดดให้กลายเป็นตัวเลขที่จับต้องได้ ไม่เพียงแต่ช่วยให้กองเชียร์ชาวไทยลุ้นผลการแข่งขันได้อย่างสนุกและแม่นยำขึ้นผ่านหน้าจอ แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้นักกีฬาสามารถวิเคราะห์จุดอ่อนและพัฒนาศักยภาพเพื่อลดช่องว่างในระดับโลก เพราะในเวทีโอลิมปิกยุคใหม่ชัยชนะไม่ได้สร้างขึ้นจากความแข็งแกร่งของร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากการใช้ข้อมูลและนวัตกรรมมาขับเคลื่อนทุกย่างก้าวสู่เส้นชัย
อ้างอิง
IEEE Spectrum, Milan-Cortina Winter Olympics Debut Next-Generation Sports Smarts.
https://spectrum.ieee.org/winter-olympics-2026-tech
The Standard, 3 นักกีฬาไทยบนเวทีโลก ร่วมขบวนโอลิมปิกฤดูหนาว 2026
https://thestandard.co/thai-athletes-winter-olympics-2026/
