ต้นกลายหรือบางพื้นที่เรียก “มหาพรหม” มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Mitrephora keithii Ridl. เป็นไม้พุ่มขนาดเล็กจัดอยู่ในวงศ์กระดังงา (Annonaceae) ชื่อสกุล Mitrephora มีรากศัพท์มาจากภาษากรีก คำว่า "mitros" แปลว่าหมวก (cap) และ "phorus" แปลว่าการแบกรับหรือถือไว้ สื่อถึงลักษณะเด่นของกลีบดอกชั้นในที่โค้งประกบกันเป็นรูปโดมคล้ายหมวกซึ่งเป็นลักษณะเด่นของสกุลมหาพรหม
ส่วนคำระบุชนิด keithii ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ ดร. เอ. คีธ (Dr. A. Keith) ผู้เก็บตัวอย่างพรรณไม้ต้นแบบจากประเทศไทยบริเวณ อ. บางสะพาน จ.ประจวบคีรีชันธ์ ซึ่งเป็นแหล่งกระจายพันธุ์ในธรรมชาติ
จากลักษณะดอกโดดเด่นและมีรูปทรงเป็นเอกลักษณ์ เมื่อถึงฤดูออกดอกส่งกลิ่นหอมอบอวล บานสะพรั่งด้วยสีเหลืองสดตัดกับสีชมพูอมม่วงแดง ประกอบกับโครงสร้างดอกที่มีมิติซับซ้อนสะดุดตามีความสวยงาม ทำให้นิยมปลูกประดับตามบ้านเรือน
ปัจจุบันมีการซื้อขายและปรับปรุงพันธุ์เป็นไม้ดอกไม้ประดับในหมู่นักสะสมพรรณไม้หายาก จากดอกที่มีกลิ่นหอมมีเอกลักษณ์โดยเฉพาะสายพันธุ์ที่ได้รับการคัดเลือก สามารถออกดอกได้ประปรายตลอดทั้งปี หรือบางต้นกลายพันธุ์จนได้ลักษณะดอกใหญ่ สีเข้ม และมีกลิ่นหอมแรง และออกดอกดกมากในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งมักเรียกกันในวงการพืชสวนว่า "กลายม่วง"
ลักษณะทั่วไป : เป็นไม้พุ่มหรือไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูงประมาณ 2-6 เมตร ลำต้นมีเปลือกนอกสีน้ำตาลอมเทา แตกเป็นร่องตื้นๆ ตามยาว กิ่งเหนียวออกฉากกับลำต้น ทรงพุ่มค่อนข้างทึบ
ใบ : เป็นใบเดี่ยว เรียงสลับระนาบเดียวตามกิ่ง รูปร่างใบเป็นรูปไข่ถึงรูปขอบขนานแกมรูปหอก ปลายใบแหลม โคนใบแหลมหรือมน ผิวใบด้านบนมีสีเขียวสดและด้าน ผิวใบด้านล่างมีสีอ่อนกว่าผิวใบเป็นมันทั้งสองด้าน
ดอก : ออกเป็นดอกเดี่ยว บนก้านช่อดอกสั้นๆ บริเวณซอกใบหรือตรงข้ามใบ กลีบเลี้ยงมี 3 กลีบรูปสามเหลี่ยม กลีบดอกมี 6 กลีบ แบ่งเป็น 2 ชั้นอย่างชัดเจน กลีบชั้นนอก 3 กลีบมีสีเหลือง กลีบดอกชั้นในมีขนาดเล็กกว่า มีสีเหลืองแกมชมพูถึงม่วงแดง ปลายกลีบโน้มเข้าหากันเป็นรูปโดม
ผล : เป็นผลแบบกลุ่มประกอบด้วยผลย่อย 4-9 ผล แตกแขนงเจริญอยู่บนก้านช่อผลที่ยาวประมาณ 1 เซนติเมตร ผลย่อยมีลักษณะเป็นรูปทรงกระบอกหรือรูปรี ผิวเรียบ เมื่อยังอ่อนมีสีเขียว และจะเปลี่ยนเป็นสีแดงสดหรือสีน้ำตาลเมื่อสุก
การกระจายพันธุ์ : พบกระจายในป่าเขตร้อนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่ประเทศเมียนมา คาบสมุทรมาเลเซีย และไทย โดยในประเทศไทยพบในป่าดิบชื้นและป่าดิบแล้งบนเขาหินปูน ตั้งแต่ระดับน้ำทะเลจนถึงความสูง 300 เมตร
การใช้ประโยชน์ : นิยมปลูกเป็นไม้ดอกไม้ประดับ จากดอกที่มีสีสันสวยงามสะดุดตาและมีกลิ่นหอม สารสกัดจากใบมีศักยภาพในการนำไปพัฒนาเป็นสารกำจัดวัชพืชทางชีวภาพ รวมถึงมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ และยับยั้งเซลล์มะเร็งบางชนิดซึ่งอยู่ในขั้นการทดลองและวิจัย
References:
Chalermglin, P., Leerat., & Saunders, R.M.K. (2022). Mitrephora keithii Ridl. ใน Flora of Thailand, 16(1), 191. https://botany.dnp.go.th/eflora/floraspecies.html...
Weerasooriya, A. D., & Saunders, R. M. K. (2010). MONOGRAPH OF MITREPHORA (ANNONACEAE). Systematic Botany Monographs, 90, 1–167. http://www.jstor.org/stable/41059228
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช. (n.d.). ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์: Mitrephora keithii. https://botany.dnp.go.th/detaildict.html?wordsLinkno=460...
https://www.rspg.or.th/pla.../rare_plants/scien_name_m13.htm
