นักจุลชีววิทยาจากมหาวิทยาลัยมิสซิสซิปปี (University of Mississippi) ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจาก NASA รายงานผลการศึกษาล่าสุดในวารสาร Applied and Environmental Microbiology เกี่ยวกับการค้นพบเชื้อราสายพันธุ์ทนทานที่แยกได้จากห้องปลอดเชื้อสำหรับประกอบยานอวกาศ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีมาตรฐานความสะอาดสูงมากและถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันการปนเปื้อนทางชีวภาพโดยเฉพาะ
ในการค้นหาสิ่งมีชีวิตนอกโลก สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์กังวลไม่ใช่แค่การนำสิ่งมีชีวิตต่างดาวกลับมายังโลก แต่ยังรวมถึงความเป็นไปได้ที่จุลินทรีย์จากโลกอาจติดไปกับยานสำรวจและปนเปื้อนดาวดวงอื่น โดยเฉพาะดาวอังคาร เพราะหากในอนาคตเราพบสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร แต่สิ่งมีชีวิตนั้นมี DNA และระบบชีวภาพเหมือนสิ่งมีชีวิตบนโลก ก็อาจทำให้การพิสูจน์ว่าเป็นกำเนิดชีวิตครั้งที่สองของเอกภพกลายเป็นเรื่องซับซ้อนทันที
งานวิจัยนี้นำตัวอย่างจุลินทรีย์ที่พบในห้องประกอบยานของ NASA มาศึกษาทั้งหมด 29 ชนิด ซึ่งเป็นเชื้อรา 27 สายพันธุ์ และพบว่าเชื้อราชนิดหนึ่งชื่อ Aspergillus calidoustus มีความทนทานอย่างมาก มันสามารถรอดชีวิตจากการฉายรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) เข้มข้นที่ใช้ในการฆ่าเชื้อก่อนปล่อยยาน รวมถึงทนทานต่อสภาวะสุญญากาศและสภาพอากาศอันเลวร้ายบนพื้นผิวดาวอังคารได้ ยิ่งไปกว่านั้น มันยังทนต่อการอบด้วยความร้อนสูงถึง 125 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานที่ NASA ใช้ในการฆ่าเชื้อยานสำรวจในปัจจุบัน
Dr. Atul Chander ผู้นำการวิจัยระบุว่า ผลการศึกษานี้สะท้อนช่องโหว่สำคัญของมาตรการป้องกันการปนเปื้อนระหว่างดาวเคราะห์ที่ผ่านมา เพราะแนวทางเดิมมักมุ่งเน้นไปที่การควบคุมแบคทีเรียเป็นหลัก ขณะที่เชื้อราซึ่งมีความสามารถในการปรับตัวสูงกลับอาจรอดชีวิตได้ในสภาวะสุดขั้วมากกว่าที่คาดคิด
ประเด็นนี้ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นในยุคที่ทั้งหน่วยงานอวกาศของหลายประเทศและบริษัทเอกชนต่างกำลังพัฒนาโครงการส่งยานลงจอดบนดาวอังคาร รวมถึงภารกิจนำตัวอย่างดินและหินกลับมายังโลก นักวิจัยจึงมองว่าจำเป็นต้องปรับปรุงมาตรฐานความสะอาดของห้องประกอบยานและมาตรการป้องกันการปนเปื้อนข้ามดาว หรือ planetary protection ให้ครอบคลุมเชื้อรากลุ่มทนทานเหล่านี้มากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้สิ่งมีชีวิตจากโลกหลุดรอดไปปนเปื้อนดาวดวงอื่นโดยไม่ตั้งใจ ไม่เช่นนั้นเราอาจจะเผลอส่งผู้บุกรุกจากโลกไปสร้างอาณานิคมบนดาวอังคารก่อนที่มนุษย์จะไปถึงเสียอีก
ข้อมูลเพิ่มเติม
ภาพประกอบ
ที่มาภาพ ACS Environ. Au 2025, 5, 4, 415-426
แผนภาพแสดงอิทธิพลของอุณหภูมิจำลองบนดาวอังคารต่อการอยู่รอดและลักษณะทางสัณฐานวิทยาของสปอร์ (conidia) ของรา A. calidoustus
(a) การเปลี่ยนแปลงของค่าเฉลี่ยการรอดชีวิตหลังผ่านการทำความเย็นแบบดาวอังคารเป็นเวลา 1,440 นาที ในตัวอย่างเซลล์จุลินทรีย์แห้งบริสุทธิ์ (สีแดงอ่อน) หรือเซลล์แห้งที่ผสมกับเรโกลิธของดาวอังคาร (Martian regolith) (สีแดงเข้ม) ในระหว่างการทำความเย็น ตัวอย่างยังได้รับการฉายรังสีสุริยะจำลองของดาวอังคารและอยู่ภายใต้บรรยากาศจำลองของดาวอังคารเป็นเวลาสูงสุด 1,440 นาที พร้อมกันด้วย จากนั้นนำไปเปรียบเทียบกับตัวอย่างเซลล์บริสุทธิ์ที่ไม่ได้รับการฉายรังสีและอยู่ภายใต้บรรยากาศโลก (สีฟ้าอ่อน)
(b) ภาพจากกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราด (SEM) แสดงการเปลี่ยนแปลงทางสัณฐานวิทยาของสปอร์ A. calidoustus ระหว่างการสัมผัสกับสภาวะ SMC (การฉายรังสี บรรยากาศ เรโกลิธ และการทำความเย็น) ลูกศรสีขาวชี้ไปที่สปอร์ที่ยังสมบูรณ์ ลูกศรสีแดงชี้ไปที่สปอร์ที่แตกสลาย และลูกศรสีเหลืองชี้ไปที่อนุภาคดิน แถบสเกลมีค่าเท่ากับ 5 ไมโครเมตร (µm)
ลิงค์ภาพ
https://pubs.acs.org/cms/10.1021/acsenvironau.5c00038/asset/images/larg…
ที่มาของแหล่งข้อมูล (Reference)
1. Chander AM, Burr DJ, Wipf S, Nitsche R, Fujimura G, Schubert W, Singh NK, Bell JJ, Brandl A, Weil MM, Elsaesser A, Venkateswaran K. 0. Survival of NASA-cleanroom microbial isolates under simulated space and Martian conditions. Appl Environ Microbiol 0:e02065-25. https://doi.org/10.1128/aem.02065-25
2. Leonard David and Lee Billings. (2026, May 6). Could this fungus live on Mars? Maybe it already does. Scientific American. Retrieved May 7, 2026 from https://www.scientificamerican.com/article/could-this-fungus-live-on-ma…
