ไขปริศนา 130 ปี "ราตรีประดับดาว" ของ แวน โก๊ะ
Science News Categories
Publish date
26/10/2026
Image
1

คณะนักวิจัยด้านอวกาศและดาราศาสตร์ค้นพบว่า ภาพวาด The Starry Night ของ แวน โก๊ะ ไม่ได้เกิดจากความคิดฝันบริสุทธิ์เพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นการบันทึกปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่เกิดขึ้นจริงบนท้องฟ้าก่อนรุ่งสาง ณ เมืองแซ็ง เรมี เดอ โพรว็องส์ ประเทศฝรั่งเศส

 

ภาพวาดสีน้ำมันระดับตำนานอย่าง The Starry Night หรือ "ราตรีประดับดาว" ของ วินเซนต์ แวน โก๊ะ (Vincent van Gogh) ศิลปินชาวดัตช์ผู้ล่วงลับ ถูกมองว่าเป็นผลงานที่ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกและจินตนาการอันเข้มข้นผ่านปลายแปรงมาโดยตลอด แต่ผลการศึกษาฉบับใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ Scientific Reports กำลังเปลี่ยนมุมมองของโลกศิลปะ เมื่อคณะนักวิจัยด้านอวกาศและดาราศาสตร์ค้นพบว่า ภาพวาดชิ้นนี้ไม่ได้เกิดจากความคิดฝันบริสุทธิ์เพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นการบันทึกปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่เกิดขึ้นจริงบนท้องฟ้าก่อนรุ่งสาง ณ เมืองแซ็ง เรมี เดอ โพรว็องส์ ประเทศฝรั่งเศส และที่น่าทึ่งยิ่งกว่านั้นคือ เทคโนโลยีสมัยใหม่สามารถระบุวันที่ได้อย่างแม่นยำว่าเป็นช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 22 กรกฎาคม ค.ศ. 1889 ซึ่งช่วยไขปริศนาที่นักประวัติศาสตร์ศิลป์และนักดาราศาสตร์ถกเถียงกันมานานกว่าสี่ทศวรรษ

 

ความก้าวหน้าในการค้นพบครั้งนี้เริ่มขึ้นเมื่อทีมวิจัย ซึ่งนำโดย อีไลจาห์ จองฮยอน คิม (Elijah Jeong hyun Kim) จากบริษัท SLLAB และมหาวิทยาลัยคยองฮี ประเทศเกาหลีใต้ ตัดสินใจนำเรขาคณิตการสังเกตการณ์มาจำลองพิกัดท้องฟ้าในอดีต โดยอิงจากมุมมองจริงผ่านหน้าต่างห้องพักของแวน โก๊ะ ในสถานพักฟื้น เพื่อทดสอบสมมติฐานด้วยระเบียบวิธีทางวิทยาศาสตร์ ทีมวิจัยได้นำเทคนิคทางสถิติที่เรียกว่า "การวิเคราะห์โปรครุสเตส" (Procrustes Analysis) มาใช้เปรียบเทียบโครงสร้างรูปทรงระหว่างจุดพิกัดดวงดาวจริงบนท้องฟ้ากับจุดที่ปรากฏบนผืนผ้าใบ ซึ่งช่วยให้เปรียบเทียบความแม่นยำได้อย่างเป็นระบบแม้จะมีการปรับขนาด ตำแหน่ง หรือมุมหมุนตามสไตล์งานศิลปะก็ตาม
 

กระจุกดาวตรงใจกลางในภาพ ราตรีประดับดาว (The Starry Night, 1889) (ภาพซ้าย) และกระจุกดาวไฮอะดีสในกลุ่มดาววัว (ภาพกลาง) สำหรับภาพขวาคือ ดาวทั้ง 5 ดวงในภาพวาด (จุดสีส้ม) ถูกนำมาวางซ้อนทับบนตำแหน่งดาวจริง (จุดสีฟ้า) หลังจากปรับขนาด ทิศทาง และตำแหน่งให้ตรงกันแล้ว โดยเส้นประสีแดงแสดงถึงค่าความคลาดเคลื่อนที่เหลืออยู่ (Kim et al., Scientific Reports (2026)

 

ผลการวิเคราะห์ยืนยันว่า ตำแหน่งของกลุ่มดาวใจกลางภาพวาดสอดคล้องอย่างสมบูรณ์กับ กระจุกดาวไฮอะดีส (Hyades Cluster) ในกลุ่มดาววัว (Taurus) ร่วมกับลักษณะของ ดวงจันทร์เสี้ยวข้างแรมและ ดาวศุกร์ (Venus) หรือดาวประกายพรึกที่ส่องสว่างเด่นชัดก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น แม้ว่าในอดีตนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1984 นักดาราศาสตร์และนักประวัติศาสตร์ศิลปะชื่อดังจากสถาบันชั้นนำอย่าง UCLA และ Harvard จะเคยพยายามไขปริศนาภาพนี้มาแล้ว แต่การวิจัยในครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่มีข้อสรุปเชิงปริมาณและหลักฐานทางคณิตศาสตร์ยืนยันชัดเจน การค้นพบทางดาราศาสตร์ดังกล่าวนำไปสู่การตั้งคำถามต่อความเชื่อดั้งเดิมของวงการศิลปะ ซึ่งเคยเชื่อกันมาตลอดว่าแวน โก๊ะ วาดภาพนี้เสร็จสมบูรณ์ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ค.ศ. 1889 อย่างไรก็ตาม เมื่อทีมวิจัยย้อนกลับไปตรวจสอบจดหมายส่วนตัวของแวน โก๊ะ ก็พบเบาะแสสำคัญในจดหมายช่วงปลายเดือนพฤษภาคมถึงต้นเดือนมิถุนายน ซึ่งเขาได้เขียนบรรยายถึงการเฝ้ามองทิวทัศน์นอกหน้าต่างก่อนรุ่งสางและตื่นตาตื่นใจกับความสว่างไสวของดาวประกายพรึก

 

สิ่งนี้เปิดมุมมองใหม่ว่า แวน โก๊ะ อาจเริ่มก่อร่างความคิดและร่างโครงสร้างภาพไว้ในใจตั้งแต่เดือนมิถุนายน ก่อนจะได้สังเกตเห็นทัศนียภาพท้องฟ้าจริงในสภาวะที่ตรงกับภาพวาดในวันที่ 22 กรกฎาคม ค.ศ. 1889 แล้วจึงลงมือแต่งเติมรายละเอียดจนเสร็จสมบูรณ์ในเวลาต่อมา สมมติฐานนี้ยังสอดคล้องกับการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะที่พบว่า เทคนิคการใช้แปรงในภาพราตรีประดับดาวนี้ มีความแตกต่างจากผลงานชิ้นอื่นที่เขาทำเสร็จในเดือนมิถุนายนอย่างมีนัยสำคัญ การค้นพบครั้งนี้เชื่อมโยงระหว่างวิทยาศาสตร์และศิลปะ และสะท้อนให้เห็นว่าแวน โก๊ะ เป็นศิลปินผู้สังเกตธรรมชาติอย่างลึกซึ้งเพียงใด ทั้งนี้ ทีมวิจัยเน้นย้ำว่ายังต้องมีการทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ศิลป์และวิทยาศาสตร์การอนุรักษ์ต่อไป เพื่อสืบค้นรายละเอียดและยืนยันข้อสรุปให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นในอนาคต

 

อ้างอิง
Kim, E.Jh., Kang, S., Song, J. et al. The actual sky of Van Gogh’s Starry Night: a multidisciplinary reconstruction. Sci Rep 16, 31109 (2026). https://doi.org/10.1038/s41598-026-73025-5 
 

อัปเดตข่าวเด่นวิทยาศาสตร์ประจำวันได้ที่ เว็บไซต์ Curiosity - Science News Today

Created by
เรียบเรียงโดย ณฐพรรณ พวงยะ กองสื่อสารวิทยาศาสตร์ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ
4 Reads
Ribbon