สวัสดีทุกท่านครับ
ครั้งนี้ผู้เขียนไม่ได้มาเล่าเรื่องการสตัฟฟ์สัตว์ แต่ขอหยิบยกประสบการณ์จากการทดลอง “หล่อใส” ที่เคยทำมาหลายครั้งมาแบ่งปันกัน การเริ่มต้นของผู้เขียนเกิดจากการศึกษาจากหนังสือและคลิปวิดีโอ ควบคู่ไปกับประสบการณ์ทำงานด้านการสตัฟฟ์สัตว์มาอย่างยาวนาน ซึ่งในงานสตัฟฟ์นั้นมีการใช้เรซิ่นหล่อใสในการทำดวงตาสัตว์อยู่บ่อยครั้ง จึงเกิดความสนใจอยากทดลองนำเรซิ่นมาหล่อใสแมลงดูบ้าง
ในช่วงแรกของการทดลอง มักประสบปัญหาเรื่องฟองอากาศอยู่เสมอ ทำให้ชิ้นงานที่ได้มีฟองจำนวนมาก ดูไม่สวยงาม อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีเรซิ่นสูตรต่าง ๆ และอุปกรณ์ช่วยไล่ฟองอากาศให้เลือกใช้หลากหลายขึ้น รวมถึงเครื่องไล่ฟองอากาศที่สามารถหาซื้อได้ง่ายกว่าในอดีต จึงช่วยแก้ปัญหาเรื่องฟองอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
จากการทดลองหล่อใสผีเสื้อในเรซิ่นหลายครั้ง ผู้เขียนพบว่าผลงานที่ได้มีความใส ฟองอากาศน้อย และเป็นที่น่าพอใจ จึงอยากนำประสบการณ์ดังกล่าวมาแบ่งปันเป็นแนวทางสำหรับผู้ที่สนใจครับ
วัสดุและอุปกรณ์
วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการหล่อใสผีเสื้อประกอบด้วย อีพ็อกซี่เรซิ่นหล่อใส แก้วกระดาษ ไม้สำหรับคนเรซิ่น แม่พิมพ์ซิลิโคน เครื่องไล่ฟองอากาศ เครื่องชั่ง กระดาษทรายเบอร์ละเอียด ครีมขัดเงาเรซิ่น เครื่องขัดเงา และตัวอย่างผีเสื้อสตัฟฟ์ที่ผ่านการอบแห้งเรียบร้อยแล้ว
ขั้นตอนการหล่อใสผีเสื้อ
1. วัดขนาดผีเสื้อสตัฟฟ์ที่จะนำมาหล่อใส เพื่อเลือกแม่พิมพ์ซิลิโคนที่มีขนาดเหมาะสม โดยควรมีขนาดใหญ่กว่าตัวอย่างผีเสื้อ จากนั้นทำความสะอาดแม่พิมพ์และเช็ดให้แห้ง (ในครั้งนี้ผู้เขียนเลือกใช้แม่พิมพ์ทรงกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 10 เซนติเมตร สูง 4 เซนติเมตร)
2. หล่อเรซิ่นชั้นแรกเพื่อทำเป็นพื้น โดยชั่งอีพ็อกซี่เรซิ่นส่วน A และ B ตามอัตราส่วนที่ระบุไว้ในแต่ละสูตร เช่น 1:1 หรือ 1:2 จากนั้นคนให้เข้ากัน (สำหรับแม่พิมพ์ทรงกลมขนาด 10 เซนติเมตร ผู้เขียนใช้อัตราส่วน 1:1 โดยชั่งเรซิ่น A และ B อย่างละ 25 กรัม)
3. นำเรซิ่นที่ผสมแล้วใส่ในภาชนะที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิม เพื่อป้องกันเรซิ่นล้นในระหว่างการไล่ฟองอากาศ จากนั้นนำไปวางในเครื่องไล่ฟองอากาศ ปิดฝาและเปิดเครื่อง สังเกตจนฟองอากาศฟูขึ้นและยุบตัวลงจนหมด แล้วจึงปิดเครื่องและค่อย ๆ เปิดวาล์วอากาศ
4. เทเรซิ่นลงในแม่พิมพ์อย่างช้า ๆ และปล่อยทิ้งไว้จนเรซิ่นแข็งตัว
5. หล่อเรซิ่นชั้นที่สอง โดยชั่งเรซิ่นให้มีปริมาณมากกว่าชั้นแรกตามขนาดของผีเสื้อ คนให้เข้ากัน ไล่ฟองอากาศ แล้วเทลงในแม่พิมพ์ จากนั้นค่อย ๆ ใส่ตัวอย่างผีเสื้อลงไปให้จมในเรซิ่น หากพบฟองอากาศ สามารถใช้ไฟลนหรือใส่กลับเข้าเครื่องไล่ฟองอากาศอีกครั้ง โดยต้องระวังไม่ให้เรซิ่นล้นออกจากแม่พิมพ์ เมื่อไล่ฟองเรียบร้อยแล้ว ให้กดผีเสื้อให้จมอีกครั้งและปล่อยทิ้งไว้จนแข็งตัว(สำหรับผีเสื้อขนาดประมาณ 7 เซนติเมตร ผู้เขียนใช้เรซิ่น A และ B อย่างละ 45 กรัมในชั้นที่สอง)
6. เมื่อเรซิ่นแข็งตัวดีแล้ว แกะชิ้นงานออกจากแม่พิมพ์ หากมีส่วนที่ต้องขัดแต่ง ให้ใช้กระดาษทรายเบอร์ละเอียดขัด จากนั้นใช้ครีมขัดเงาเรซิ่นและเครื่องขัดเงา เพื่อให้ชิ้นงานกลับมาใสอีกครั้ง เป็นอันเสร็จเรียบร้อย
ท้ายที่สุด ปัจจัยสำคัญในการหล่อใสผีเสื้อหรือแมลงชนิดอื่น ๆ ให้มีความใสและฟองอากาศน้อย คือการฝึกฝนและทดลองทำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเพิ่มประสบการณ์และความชำนาญ ผู้เขียนเองได้เรียนรู้จากการลงมือทำจริง และหวังว่าบทความนี้จะเป็นแนวทางเบื้องต้นให้ผู้ที่สนใจสามารถนำไปต่อยอดและพัฒนาทักษะของตนเองต่อไปได้ครับ
