นักวิทยาศาสตร์เผย "วิตามินรวม" อาจช่วยให้ชะลอความแก่ได้
Science News Categories
Publish date
15/05/2026
Image
1

งานวิจัยจากโครงการ COSMOS เผยทางใหม่ในการชะลอความเสื่อมระดับเซลล์ อาจช่วยลดผลกระทบจากวัยที่เพิ่มขึ้น พร้อมส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุในระยะยาว

 

งานวิจัยทางคลินิกครั้งสำคัญจากโครงการ COSMOS (Cocoa Supplement and Multivitamin Outcomes Study) ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับโลกอย่าง Nature Medicine ได้เปิดเผยการค้นพบที่น่าสนใจว่า การรับประทานวิตามินรวมเป็นประจำทุกวันสามารถช่วยชะลอ "ความแก่ชราทางชีวภาพ" (Biological Aging) ในผู้สูงอายุได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยทีมวิจัยจากโรงพยาบาลแมสซาชูเซตส์ เจเนอรัล บริกแฮม ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกจากกลุ่มตัวอย่างที่มีอายุเฉลี่ย 70 ปี จำนวนเกือบ 1,000 คน ผ่านนวัตกรรมการวัดผลที่เรียกว่า "นาฬิกาเอพิเจเนติกส์" ซึ่งเป็นการตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงทางเคมีหรือ การเมทิลเลชั่นบนสายดีเอ็นเอที่สะท้อนถึงอัตราความเสื่อมถอยของเซลล์ภายในร่างกาย ซึ่งบ่อยครั้งความเสื่อมนี้อาจเกิดขึ้นรวดเร็วกว่าอายุจริงตามปฏิทิน โดยผลจากการติดตามกลุ่มตัวอย่างอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 2 ปี พบว่ากลุ่มที่รับประทานวิตามินรวมมีอัตราการเสื่อมสภาพของเซลล์ช้าลงในทุกตัวชี้วัด ซึ่งคิดเป็นการชะลอความแก่ทางชีวภาพได้เฉลี่ยประมาณ 4 เดือน เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับยาหลอก โดยประเด็นที่นักวิจัยให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือกลุ่มผู้เข้าร่วมที่มีร่างกายเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติอยู่ก่อนแล้วมักจะได้รับประโยชน์จากการเสริมวิตามินรวมอย่างชัดเจนที่สุด ซึ่งสะท้อนถึงเป้าหมายหลักของการศึกษาที่ไม่ใช่เพียงการยืดอายุขัยให้ยาวนานขึ้นเท่านั้น แต่คือการเพิ่มช่วงเวลาของการมีสุขภาพที่แข็งแรงและมีคุณภาพชีวิตที่ดี (Healthspan) ให้ยืนยาวออกไป

 

สำหรับการดำเนินโครงการวิจัยขนาดใหญ่ในครั้งนี้ ถือเป็นความร่วมมือที่ได้รับแรงสนับสนุนจากหลายภาคส่วนเพื่อความสมบูรณ์ของข้อมูล โดยโครงการ COSMOS ได้รับการสนับสนุนหลักด้านโครงสร้างพื้นฐานและการวิจัยจาก Mars Edge ซึ่งเป็นหน่วยงานในเครือ Mars Incorporated ที่มุ่งเน้นการวิจัยด้านโภชนาการโดยเฉพาะ พร้อมกันนี้ยังได้รับการสนับสนุนผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ใช้ในการทดลอง รวมถึงยาหลอกและบรรจุภัณฑ์จาก Pfizer Consumer Healthcare (หรือ Haleon ในปัจจุบัน) ซึ่งเป็นผู้จัดหาผลิตภัณฑ์วิตามินรวม Centrum Silver เพื่อใช้ในการทดสอบกับกลุ่มตัวอย่าง นอกจากภาคเอกชนแล้ว งานวิจัยชิ้นนี้ยังได้รับความเชื่อถือในระดับสากลผ่านการสนับสนุนทุนวิจัยอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานภาครัฐอย่าง สถาบันสุขภาพแห่งชาติ (National Institutes of Health - NIH) ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงมาตรฐานการควบคุมดูแลและการตรวจสอบที่เข้มงวดตามหลักเกณฑ์ทางวิทยาศาสตร์ อย่างไรก็ตาม ทีมผู้วิจัยได้ระบุข้อชี้แจงไว้อย่างชัดเจนเพื่อความโปร่งใสว่า บริษัทภาคเอกชนที่ร่วมสนับสนุนผลิตภัณฑ์และทรัพยากรต่างๆ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการออกแบบการศึกษา การเก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ผลทางสถิติ หรือการจัดทำต้นฉบับรายงานวิจัยแต่อย่างใด เพื่อคงไว้ซึ่งความเป็นอิสระทางวิชาการและความน่าเชื่อถือของผลลัพธ์อย่างสูงสุด

 

ก้าวต่อไป ทีมผู้วิจัยมีแผนการที่จะต่อยอดการศึกษาติดตามผลในระยะยาวเพื่อพิสูจน์ว่า การชะลอความเสื่อมในระดับเซลล์ที่สังเกตเห็นได้จากนาฬิกาเอพิเจเนติกส์นี้ จะส่งผลโดยตรงต่อการลดความเสี่ยงหรือป้องกันโรคเรื้อรังที่มักมาพร้อมกับอายุที่เพิ่มขึ้นได้จริงหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มโรคมะเร็ง โรคต้อกระจก รวมถึงการรักษาประสิทธิภาพการทำงานของสมองและการป้องกันภาวะความจำเสื่อม ซึ่งการค้นพบว่าวิตามินรวมซึ่งเป็นทางเลือกที่เข้าถึงได้ง่ายและมีความปลอดภัยสูงสามารถส่งผลดีต่อกระบวนการชราทางชีวภาพได้นั้น นับว่าเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้สังคมผู้สูงวัยสามารถก้าวเข้าสู่วัยชราได้อย่างมีคุณภาพ มีความพึ่งพาตนเองได้ และลดภาระด้านสาธารณสุขในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ภาพประกอบ

เครดิต Shutterstock

อ้างอิง

https://www.sciencedaily.com/releases/2026/05/260512202345.htm

Li, S., Hamaya, R., Zhu, H., Chen, B. H., Pereira, A. C., Ivey, K. L., Rist, P. M., Manson, J. E., Dong, Y., & Sesso, H. D. (2026, March 9). Effects of daily multivitamin–multimineral and cocoa extract supplementation on epigenetic aging clocks in the cosmos randomized clinical trial. Nature News. 
https://www.nature.com/articles/s41591-026-04239-3

Created by
เรียบเรียงโดย ธนพล เพ็ชรเย็น กองสื่อสารวิทยาศาสตร์ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ
16 Reads
Ribbon