อังกฤษจับตาขยะอวกาศ ป้องกันภัยคุกคามจากวงโคจรโลก
Publish date
11/08/2026
Image
1

สหราชอาณาจักรเผยใช้เรดาร์ประสิทธิภาพสูงตรวจจับและติดตามวัตถุอวกาศในวงโคจรโลก แจ้งเตือนความเสี่ยงการชนของดาวเทียมและเศษซากอวกาศตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมผนึกความร่วมมือกับเครือข่ายนานาชาติเฝ้าระวังดาวเคราะห์น้อยและวัตถุใกล้โลก 

 

หอดูดาวชิลโบลตัน (Chilbolton Observatory) ทางตอนใต้ของอังกฤษ ซึ่งดำเนินการโดย RAL Space ห้องปฏิบัติการอวกาศแห่งชาติของสหราชอาณาจักร กำลังยกระดับการเฝ้าระวังภัยคุกคามจากขยะอวกาศในวงโคจรโลกอย่างใกล้ชิด เนื่องจากจำนวนวัตถุที่มนุษย์สร้างขึ้นซึ่งหมดอายุการใช้งานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นตัวจรวด ดาวเทียมหมดสภาพ หรือเศษชิ้นส่วนจากการชนกันและการระเบิด กำลังเพิ่มปริมาณขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยข้อมูลจากองค์การอวกาศยุโรประบุว่าปัจจุบันมีเศษซากอวกาศมากกว่า 46,000 ชิ้น น้ำหนักรวมกว่า 17,000 ตัน โคจรอยู่นอกโลก ความหนาแน่นที่เพิ่มขึ้นนี้เพิ่มโอกาสการเกิด Kessler syndrome หรือปรากฏการณ์การชนกันเป็นลูกโซ่และส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านอวกาศซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่สหราชอาณาจักรสูงถึงประมาณ 20%

 

ความจำเป็นในการเฝ้าระวังอวกาศมีความสำคัญยิ่งขึ้นเมื่อพื้นที่วงโคจรเริ่มมีความแออัดอย่างเห็นได้ชัด จากปัจจุบันที่มีดาวเทียมโคจรอยู่ราว 14,000 ดวง และมีแผนจะส่งเพิ่มขึ้นอีกนับล้านดวงในอนาคต เช่น เครือข่ายดาวเทียม Starlink ของบริษัท SpaceX ข้อมูลที่ตรวจจับได้จากเรดาร์และเสาอากาศขนาดใหญ่ของหอดูดาวชิลโบลตันจะถูกส่งต่อไปยังศูนย์ปฏิบัติการอวกาศแห่งชาติ (NSpOC) ซึ่งได้รับเงินลงทุนจากรัฐบาลสหราชอาณาจักรถึง 85 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3.7 พันล้านบาท) เพื่อทำหน้าที่ประมวลผลตลอด 24 ชั่วโมง โดยศูนย์ฯ ทำหน้าที่ออกแจ้งเตือนความเสี่ยงการชนกันแก่นักพัฒนาและผู้ประกอบการดาวเทียมประมาณ 3,000 ครั้งต่อเดือน ตรวจสอบการปฏิบัติตามข้อตกลงในใบอนุญาต รวมถึงติดตามความเคลื่อนไหวทางทหารและการเข้าใกล้ของวัตถุจากประเทศคู่แข่ง นอกจากนี้ นอกจากการป้องกันภัยคุกคามในอวกาศแล้ว ทีมวิจัยยังเฝ้าระวังเศษซากวัตถุขนาดใหญ่ที่อาจเผาไหม้ไม่หมดและตกกลับสู่พื้นโลก เช่น กรณีการจับตาจรวดจีนอย่างใกล้ชิดเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

 

นอกเหนือจากการรับมือกับขยะอวกาศที่มนุษย์สร้างขึ้นแล้ว หอดูดาวชิลโบลตันและหน่วยงานอวกาศของ สหราชอาณาจักรยังขยายบทบาทไปสู่การป้องกันภัยจากดาวเคราะห์ โดยเข้าเป็นสมาชิกของเครือข่ายเตือนภัยดาวเคราะห์น้อยระหว่างประเทศ (IAWN) เพื่อประสานความร่วมมือกับองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NASA) และองค์การอวกาศยุโรป ในการติดตามวัตถุใกล้โลก เช่น ดาวหางและดาวเคราะห์น้อย พร้อมทั้งเตรียมสนับสนุนภารกิจศึกษาดาวเคราะห์น้อย "อะโพฟิส" (Apophis) ขนาดความกว้าง 375 เมตร ที่มีกำหนดจะโคจรเข้าใกล้โลกในปี 2029 และการทำงานร่วมกันระหว่างประเทศถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความปลอดภัยและคุ้มครองโลกจากภัยคุกคามรอบด้านนอกชั้นบรรยากาศ

 

 

ภาพจำลองการโคจรเข้าใกล้โลกของดาวเคราะห์น้อยอะโพฟิสในปี 2029 โดยใช้เครื่องมือแสดงภาพการโคจรผ่านของ ESA

 

อ้างอิง
In the sweeping shadow of a satellite dish, staff at the Chilbolton Observatory in southern England track a growing number of objects in Earth
https://phys.org/news/2026-08-uk-observatory-nervously-space-junk.html

ESA asteroid toolkit: how to guide
https://www.esa.int/Space_Safety/Planetary_Defence/ESA_asteroid_toolkit…

 

อัปเดตข่าวเด่นวิทยาศาสตร์ประจำวันได้ที่ เว็บไซต์ Curiosity - Science News Today
https://curiosity.nsm.or.th/th/ScienceNewsToday

Created by
เรียบเรียงโดย ธนพล เพ็ชรเย็น กองสื่อสารวิทยาศาสตร์ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ
25 Reads
Ribbon