“เมื่อดอกสุดท้ายร่วง... ความงามก็หายไป
เพราะธรรมชาติไม่ได้มีไว้ครอบครอง….. มีไว้คงอยู่ร่วมกัน”
ภายในทะเลทรายสีเขียว...ในห้วงความเงียบของผืนป่าเขียวขจีที่ถูกแสงอาทิตย์ส่องผ่านเรือนยอดไม้ใหญ่ ดอกกล้วยไม้รองเท้านารีกำลังค่อยๆ ชูช่อบานอย่างสง่างาม แต่ภาพอันงดงามเช่นนี้กำลังเลือนหายไปจากธรรมชาติ สัญญาณเตือนจากผืนป่าบอกเล่าถึงวิกฤตการณ์ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความงดงาม กล้วยไม้รองเท้านารี—กำลังต่อสู้เพื่อความอยู่รอดในถิ่นอาศัยของพวกเขา ความเปราะบางต่อสิ่งแวดล้อมและความจำเพาะต่อระบบนิเวศที่ทำให้พวกมันกำลังเดินทางสู่ความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์
กล้วยไม้รองเท้านารีถูกขนานนามว่าเป็น "ราชินีแห่งวงการกล้วยไม้" ด้วยรูปทรงอันโดดเด่นเฉพาะตัว โดยเฉพาะกลีบดอกส่วนล่างที่บิดม้วมขึ้นเป็นรูปถุงคล้ายรองเท้าอันเป็นที่มาของภาษาอังกฤษเรียกว่า Lady’s slipper หรือ Venus’s slipper มีความหมายว่า รองเท้าแตะของผู้หญิง เนื่องจากส่วนของกระเป๋าดอก (pouch) มีลักษณะเหมือนหัวรองเท้ายื่นออกมา ด้วยลักษณะที่สวยงามสะดุดตาทำให้มันไม่เพียงแต่เป็นที่หมายตาของนักสะสมพันธุ์กล้วยไม้เท่านั้น แต่ยังกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความหายากและมีคุณค่า
ประเทศไทยเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยและเขตการแพร่กระจายพันธุ์ของกล้วยไม้รองเท้านารีที่สำคัญหลายชนิดโดยมักพบขึ้นในบริเวณภูมิประเทศแบบป่าเขาหินปูน( Karst) ซึ่งแต่ละชนิดล้วนมีเอกลักษณ์ทางกายภาพและสีสันเฉพาะตัว โดยเฉพาะรองเท้านารีขาวสตูล ซึ่งจากการออกภาคสนามของคณะนักธรรมชาติวิทยา อพวช.ได้ลงพื้นที่สำรวจภายใต้โครงการสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพอุทยานธรณีสตูล ได้สำรวจพบกล้วยไม้ชนิดนี้ปรากฏในพื้นที่ศึกษาวิจัยน้อยมากซึ่งพบเพียงไม่กี่แห่งในพื้นที่อนุรักษ์
แต่อย่างไรก็ตามทางหน่วยงานอุทยานแห่งชาติในพื้นที่เริ่มมีการเพาะขยายพันธุ์เพื่อเตรียมนำคืนสู่ธรรมชาติในอนาคต ในขณะเดียวกัน กล้วยไม้รองเท้านารีชนิดอื่นๆก็มีสถานภาพไม่แต่กต่างกัน
รองเท้านารีเหลืองกระบี่ (Paphiopedilum exul): ดอกสีเหลืองสว่างสดใส พบในป่าดิบชื้นบนเทือกเขาหินปูนในจังหวัดกระบี่ มีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (CR)
รองเท้านารีขาวพังงา (Paphiopedilum thaianum): ดอกสีขาวโดดเด่นคล้ายรองเท้านารีขาวสตูล พบในป่าดิบชื้นบนเทือกเขาหินปูนในจังหวัดพังงา มีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (CR)
และมีรองเท้านารีอีกไม่น้อยกว่า 17 ชนิดในไทยที่ตกอยู่ภายใต้สถานภาพมีแนวโน้มและเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์น่าเศร้าที่กล้วยไม้เหล่านี้ถูกจัดอยู่ในบัญชีแดงของ (IUCN Red List) และบางชนิดอยู่ในบัญชีแนบท้ายอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) โดยจำนวนประชากรในธรรมชาติลดลงอย่างต่อเนื่องและน่าตกใจ จากการลักลอบเก็บออกจากป่า ถูกทำลายถิ่นอาศัยและรุกรานโดยกิจกรรมมนุษย์ นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังอาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างกล้วยไม้กับแมลงผสมเกสร ทำให้วงจรชีวิตไม่สอดคล้องกัน ส่งผลให้การสืบพันธุ์ในธรรมชาติลดน้อยลง
การอนุรักษ์กล้วยไม้รองเท้านารีในถิ่นอาศัยตามธรรมชาติ (in-situ conservation) เป็นวิธีการที่สำคัญที่สุด เนื่องจากช่วยรักษาไม่เพียงแต่กล้วยไม้ แต่ยังรวมถึงระบบนิเวศทั้งหมดที่มีความสัมพันธ์กับกล้วยไม้ด้วย ในขณะเดียวกันการอนุรักษ์นอกถิ่นอาศัย (ex-situ conservation) เป็นการเก็บรักษาพันธุกรรมของกล้วยไม้รองเท้านารีไว้นอกธรรมชาติ ทั้งในรูปแบบของการเพาะเลี้ยงในสวนพฤกษศาสตร์ การเก็บรักษาเมล็ดโดยเทคโนโลยีสมัยใหม่ก็เป็นทางเลือกที่สำคัญที่จำเป็นต้องทำในสถานการณ์โลกรวน ณ ปัจจุบัน
ในประเทศไทย องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และสวนพฤกษศาสตร์ต่างๆ มีการรวบรวมและอนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารีไว้ เพื่อเป็นแหล่งพันธุกรรมสำหรับการศึกษาวิจัยและการฟื้นฟูประชากรในธรรมชาติในอนาคต..เป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรที่ท้าทายคนรุ่นใหม่ว่าจะทำอย่างไรให้สิ่งเหล่านี้ได้คงอยู่ในระบบนิเวศดั้งเดิม
รองเท้านารีที่หายไป....รอคนใส่(ใจ)และนำคืนกลับมา
