“ผู้เชี่ยวชาญยืนยันมาแล้วว่านี่ไม่ใช่เมดูซ่าผมแดงที่เราตามหา”
“แต่เราจับยักษ์แดงได้ เราได้ยักษ์แดงตัวแรกเข้าพิพิธภัณฑ์”
สาหร่ายไททัน คือ สาหร่ายสีแดงสกุล Titanophora (Schizymeniaceae, Nemastomatales) ที่ต่อไปนี้เราขอเรียกว่า “ยักษ์แดง” ตามความหมายของชื่อสกุลที่มาจากคำว่า “Titan(s)” เทพยักษ์ร่างมโหฬารแห่งปกรณัมกรีกผู้ปกครองสรวงสวรรค์ ณ เขาโอลิมปัส ก่อนยุคของเหล่าเทพโอลิมเปียนที่เราคุ้นชื่อ (อย่างซูส ฮาเดส และโพไซดอน) ผสมกับคำขยาย “-phora” ที่หมายถึงคงไว้ซึ่งลักษณะของคำก่อนหน้า รวมทั้งการเป็นอีก 1 สกุลของไฟลัมสาหร่ายสีแดง Rhodophyta
ลักษณะเด่นประจำสกุลยักษ์แดง คือ ทัสลัสตั้งตรงสูง 8-15 ซ.ม. แผ่เป็นพุ่มกว้าง 15-30 ซ.ม. ยึดเกาะกับพื้นผิวแข็งอย่างซากประการังหรือก้อนหินด้วยแผ่นกลมยึดเกาะเล็กๆ ทัลลัสมีสีชมพูหรือขาวอมชมพู ผิวตะปุ่มตะป่ำ
กระจายทั่วโดยเฉพาะส่วนโคนที่ติดกับแผ่นยึดเกาะ สัมผัสอ่อนนุ่มเป็นเมือกลื่นเมื่อสด และค่อนข้างแข็ง คงรูปทรงเมื่อแห้งเนื่องจากมีหินปูนเป็นส่วนประกอบ โดยยักษ์แดงสะสมหินปูนเฉพาะในเนื้อเยื่อชั้นเมดุลล่าเท่านั้น
ด้วยขนาดค่อนข้างใหญ่ ทัลลัสสีชมพูตัดกับน้ำทะเลสีฟ้าอมเขียว แข็งแกร่งเพราะมีหินปูนเป็นส่วนประกอบทำให้ยืนหยัดอย่างมั่นคง พริ้วไหวตามสายน้ำแค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น อาจเป็นที่มาของชื่อสกุลยักษ์แดงอันน่าเกรงขาม
ปี พ.ศ. 2568 มีรายงานสมาชิกสกุลยักษ์แดง 8 ชนิดกระจายตัวอยู่ในทะเลเขตร้อน ยักษ์แดงแต่ละชนิดแตกต่างกันที่ขนาด รูปร่าง รูปแบบการแตกกิ่งของทัลลัส โครงสร้างของเนื้อเยื่อภายใน และการเจริญของโครงสร้างเพื่อสืบพันธุ์
ยักษ์แดงพบเจอได้ไม่บ่อยนักในทะเลไทย โดยมีการกระจายตัวจำกัดเฉพาะในหมู่เกาะสิมิลันที่ระดับความลึก 10-20 เมตร รายงานล่าสุดของการพบเจอยักษ์แดงในไทยก่อนที่เราจะจับยักษ์แดงได้คือปี ค.ศ. 2002
ตามตำนานปกรณัมกรีก ถึงแม้เหล่าเทพยักษ์ไททันจะแพ้มหาสงครามเทพและถูกจองจำในขุมนรกทาทารัสชั่วกัปชั่วกัลป์ รวมทั้งไททันแอตลาสร่างมหึมาที่ถูกบังคับให้แบกโลกไว้ตลอดกาล ยักษ์แดงแห่งสิมิลันต้นนี้ ไม่ได้ถูกจองจำแต่อย่างใด แต่ถูกเรา “เรียนเชิญ” มาพำนักอย่างถาวร ณ คลังตัวอย่างอ้างอิงทางธรรมชาติวิทยา พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ เพื่อเป็นหลักฐานอ้างอิงถึงความหลากหลายทางชีวภาพของทะเลไทยในปัจจุบันและเพื่อการศึกษา ค้นคว้า วิจัยที่จะมีขึ้นในอนาคต
ยินดีต้อนรับ “ยักษ์แดง” อย่างเป็นทางการนะ
*บทความนี้เป็นผลผลิตของโครงการ การประเมินความหลากชนิดและแหล่งพันธุกรรมสำคัญของทรัพยากรสาหร่ายขนนกและสาหร่ายพวงองุ่นในประเทศไทยเพื่อนำไปสู่การอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ที่ยั่งยืน*
References:
[Titanophora (J.Agardh) Feldmann, 1942] https://www.algaebase.org/
Aungtonya, C. & Liao, L. 2002. Marine flora (algae and seagrasses) in the reference collection of the Phuket Marine Biological Center, Thailand. Phuket Marine Biological Center Research Bulletin. 65-81 pp.
Wai, M.K. et al. 2009. A New Record of the Genus Titanophora (Schizymeniaceae, Nemastomatales) from Myanmar. Jour. Myan. Acad. Arts & Sc. 2009 Vol. VII. No. 5.
https://mysteryinhistory.com/list-of-all-titans-in-greek.../
