Submitted by jakritip.i on 12 พ.ค. 2026
นกกาเหว่า! แผนการฝากไข่…ที่ซ่อนอยู่ในเพลงกล่อมเด็ก
Science Category
Image

จากการที่ได้เดินทางไปออกภาคสนามที่ภูลังกา จ.นครพนม ระหว่างทางที่เดินขึ้นเขา เพื่อไปเก็บตัวอย่างน้ำ ตลอดเส้นทางก็จะได้ยินเสียงธรรมชาติ เสียงใบไม้ไหว และเสียงนกร้องเจื้อยแจ้ว แต่ไปสะดุดกับเสียงนกร้องเสียงหนึ่งที่คุ้นหู "กา-เหว่า! กา-เหว่า!"

 

เสียงนี้เป็นเสียงที่ใครหลายคนคุ้นเคย หรือบางคนอาจนึกถึงเพลงกล่อมเด็กที่ว่า: “แม่กาเหว่าเอย ไข่ไว้ให้แม่กาฟัก แม่กาก็หลงรัก คิดว่าลูกในอุทร”

 

เนื้อเพลงนี้ชวนให้สงสัยว่า ทำไมนกกาเหว่าถึงต้องทิ้งลูกไว้ให้นกตัวอื่นเลี้ยง?

 

พฤติกรรมที่นกกาเหว่า “ทิ้งลูก” นี้ ไม่ใช่ความขี้เกียจหรือไม่รับผิดชอบ แต่คือหนึ่งใน กลยุทธ์การเอาตัวรอด นกกาเหว่าใช้วิธีที่เรียกว่า "การฝากไข่ให้ผู้อื่นเลี้ยง" เพื่อกระจายความเสี่ยง แทนที่จะเลี้ยงลูกทั้งหมดในรังเดียวซึ่งอาจถูกศัตรูทำลายได้ง่าย มันจึงเลือกฝากไข่ไว้ตามรังของนกชนิดอื่น เช่น อีกา หรือนกเอี้ยง

 

นอกจากนี้ยังมีหลักฐานทางวิวัฒนาการที่ทำให้นกกาเหว่าอยู่รอดได้ เช่น:

• เปลือกไข่ที่แข็งแรง: ไข่นกกาเหว่ามีเปลือกหนาเป็นพิเศษเพื่อป้องกันไม่ให้นกเจ้าของรังจิกทำลายได้ง่าย

• ฟักเร็วรอดไว: ลูกนกกาเหว่ามักจะฟักออกมาเร็วกว่าลูกนกเจ้าของรัง ทำให้มันมีโอกาสอ้าปากขออาหารก่อน และเติบโตได้อย่างรวดเร็ว

 

นอกจากนกกาเหว่าแล้ว ในประเทศไทยยังมีนกกลุ่ม "นกผู้ฝากไข่" อีกหลายชนิด ซึ่งล้วนแล้วอยู่ในกลุ่มนกคัคคูแท้ (parasitic cuckoos) เช่น นกอีวาบตั๊กแตน และนกคัคคูเหยี่ยวใหญ่

 

เพราะฉะนั้น เพลงกล่อมเด็กที่เราคุ้นหูนอกจากจะมีความเพลิดเพลินแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นถึงหลักการทางชีววิทยา ที่เป็นการเชื่อมโยงวิทยาศาสตร์เข้ากับวิถีชีวิตโดยที่เราอาจไม่รู้ตัว ต่อไปถ้าได้ยินเสียง "กา-เหว่า!" หรือเพลงกล่อมเด็กครั้งใด ให้ลองนึกถึงการต่อสู้เพื่อเอาตัวรอดของลูกนกตัวน้อย ๆ ที่ไม่ได้มีแต่ความน่าสงสาร แต่มันคือหนึ่งวิธีการที่จะทำให้เผ่าพันธุ์ของมันมีชีวิตรอดต่อไปได้ นั่นเอง

 

 

 

Author
Nat. เมย์ - สิรีพัชร
5 Reads
Ribbon