หลายคนน่าจะเคยได้ยินประโยค หรือบทเพลงที่มีเนื้อร้องว่า “นกกะปูดตาแดง น้ำแห้งก็ตาย” และบางคนอาจจะฟังแล้วสงสัยว่าทำไมนกกะปูดถึงตาย จริง ๆ ประโยคนี้มีการซ่อนความรู้ทางธรรมชาติวิทยาไว้อย่างแนบเนียน
ทำไมต้อง "ตาแดง"?
ในทางอนุกรมวิธาน นกกะปูดใหญ่ (Greater Coucal) เมื่อโตเต็มวัยจะมีลักษณะที่เด่นชัดมาก คือ "ม่านตาสีแดงสด" ซึ่งถือว่าเป็นลักษณะเด่นของกลุ่มสัตว์ผู้ล่า ตัดกับขนลำตัวสีดำสนิทและปีกสีน้ำตาลแดง การนำสีของตามาเป็นหนึ่งในจุดเด่นจะทำให้เป็นภาพจำของทุก ๆ คนได้เป็นอย่างดี
"น้ำแห้งก็ตาย" ... ไม่ได้หมายถึงนกไม่มีน้ำกินอย่างเดียว
นกกะปูดเป็นนกที่ผูกพันกับ "พื้นที่ชุ่มน้ำ" (Wetlands) เรามักพบพวกมันตามพงหญ้าริมตลิ่ง ป่าใกล้แหล่งน้ำ คำว่า "น้ำแห้งก็ตาย" จึงเป็นการสะท้อนถึงระบบนิเวศที่ล่มสลาย
เมื่อน้ำแห้ง กบ เขียด ปู และแมลงน้ำ ที่เป็นอาหารหลักของนกกะปูดก็จะหายไป ส่วนพื้นที่อยู่อาศัยของนกกะปูดก็จะไม่ปลอดภัย เนื่องจากพงหญ้าริมน้ำคือที่ซ่อนตัวและแหล่งทำรัง เมื่อไม่มีแหล่งน้ำ พืชเหล่านี้ก็แห้งตาย ทำให้นกกะปูดไม่มีทั้งแหล่งอาหารและบ้านที่ปลอดภัย
เพราะฉะนั้นครั้งหน้าถ้าได้ยินเสียง “ปูด...ปูด...ปูด” ลองสังเกตดวงตาสีแดงของมันดูนะคะ แล้วคุณจะรู้ว่าธรรมชาติมีเรื่องเล่าซ่อนอยู่เสมอ !
