ดินแดนหมู่เกาะนับร้อยนับพันในแถบมหาสมุทรแปซิฟิก เรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับค้างคาวกินผลไม้โดยเฉพาะกลุ่มค้างคาวแม่ไก่ ในวงศ์ Pteropodidae นั้น ไม่ได้เป็นเพียงแค่แหล่งอาหารหรือสัตว์เลี้ยงที่ติดสอยห้อยตามการอพยพของชาวท้องถิ่นเท่านั้น แต่ทราบหรือไม่ว่า "ฟันค้างคาว" ยังถือเป็นสิ่งที่มีมูลค่าสูงและถูกนำมาใช้แทนเงินตราในระบบเศรษฐกิจดั้งเดิม เช่นเดียวกับเงินโบราณที่เป็นเปลือกหอยเบี้ยชนิดต่าง ๆ ซึ่งถูกใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนที่เก่าแก่และแพร่หลายที่สุดชนิดหนึ่งของโลก รวมถึงในประวัติศาสตร์ไทยด้วย นอกจากนี้ ทั้งฟันค้างคาวและหอยเบี้ยยังถือเป็นเครื่องประดับที่แสดงถึงสถานะทางสังคมและจิตวิญญาณอันเก่าแก่
วัฒนธรรมของชาวเกาะหลายแห่ง เช่น ในเกาะมาเลคูลา หมู่เกาะโซโลมอน และบางพื้นที่ของปาปัวนิวกินี นิยมนำฟันของค้างคาวกินผลไม้ขนาดใหญ่ หรือค้างคาวแม่ไก่มาเจาะรูแล้วร้อยเป็นพวงเรียกว่า "เงินฟันค้างคาว" (Bat teeth money) ซึ่งมีมูลค่าสูงเทียบเท่ากับเงินเปลือกหอย เงินตราประเภทนี้ถูกนำมาใช้ในพิธีกรรมสำคัญอย่างการจ่าย "ค่าสินสอด" ในการแต่งงาน การชดเชยความเสียหายเพื่อยุติข้อพิพาทระหว่างชนเผ่า หรือแม้แต่การแลกเปลี่ยนสินค้าจำเป็น เช่น หมูหรือเรือแคนู
มูลค่าของฟันค้างคาวไม่ได้มาจากความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่มาจาก "ความยากลำบากในการได้มา" เนื่องจากค้างคาวแม่ไก่เป็นสัตว์ที่ว่องไว อาศัยอยู่บนยอดไม้สูง การล่าจึงต้องใช้ทักษะความชำนาญขั้นสูง ส่งผลให้ฟันค้างคาวกลายเป็นสิ่งของหายากและเปี่ยมด้วยคุณค่าทางจิตใจ
แม้ในปัจจุบันที่ระบบเงินตราสากลเข้ามามีบทบาท แต่ในชุมชนดั้งเดิมบางแห่ง ฟันค้างคาวก็ยังคงทำหน้าที่เป็นหลักประกันความมั่งคั่งและเครื่องมือสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมที่ประเมินค่าไม่ได้ มาจนถึงปัจจุบัน
หมายเหตุ บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการความหลากชนิดและการกระจายของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในอันดับค้างคาวในประเทศไทย ภายใต้การสนับสนุนจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)
