เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2026 วารสาร bioRxiv เผยแพร่รายงานผลการวิเคราะห์โดยBryan Gee นักบรรพชีวินวิทยาจาก Burke Museum of Natural History and Culture สหรัฐอเมริกา ที่ตั้งคำถามเกี่ยวกับความไม่สมดุลในการเผยแพร่ผลงานด้านบรรพชีวินวิทยา (Palaeontology) โดยพบว่า ผลงานเกี่ยวกับฟอสซิลไดโนเสาร์และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมดึกดำบรรพ์มีสัดส่วนสูงในวารสารวิชาการชั้นนำอย่าง Nature และ Science เมื่อเทียบกับฟอสซิลของสิ่งมีชีวิตกลุ่มอื่น เช่น หอยและสัตว์ขาปล้อง
การศึกษาประเด็นนี้สืบเนื่องมาจากการถกเถียงบนสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการค้นพบไดโนเสาร์สกุล Spinosaurus ชนิดใหม่ ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Science เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา และได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง จนนำไปสู่คำถามว่าเหตุใดฟอสซิลบางกลุ่มจึงได้รับพื้นที่ในวารสารชั้นนำมากกว่ากลุ่มอื่น
Gee วิเคราะห์บทความวิจัยมากกว่า 4,200 ฉบับ จากวารสาร 13 ฉบับ ซึ่งตีพิมพ์ตั้งแต่ปี 2000 ครอบคลุมการบรรยายสิ่งมีชีวิตสูญพันธุ์ชนิดใหม่ทั้งหมด 8,331 ชนิด โดยเปรียบเทียบวารสารชั้นนำอย่าง Nature และ Science กับวารสารเฉพาะทาง เช่น Journal of Vertebrate Paleontology และ Journal of Paleontology ซึ่งพบว่า มากกว่าร้อยละ 50 ของชนิดฟอสซิลที่ได้รับการตีพิมพ์ใน Nature และ Science อยู่ในกลุ่ม Avemetatarsalia ซึ่งรวมไดโนเสาร์และนก รวมถึงกลุ่ม Mammaliamorphs ที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ขณะที่ในวารสารเฉพาะทาง กลุ่มสิ่งมีชีวิตเหล่านี้มีสัดส่วนเพียงประมาณร้อยละ 15 ส่วนสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง เช่น หอยและสัตว์ขาปล้อง กลับมีสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่ง
Gee เสนอว่าความแตกต่างดังกล่าวอาจส่งผลต่อการเลือกหัวข้อวิจัยและแรงจูงใจของนักวิจัย โดยเฉพาะนักวิจัยรุ่นใหม่ที่อาจมองว่าการศึกษาไดโนเสาร์หรือสิ่งมีชีวิตที่ได้รับความสนใจจากสาธารณชนมีโอกาสได้รับการตีพิมพ์ในวารสารชั้นนำมากกว่า ซึ่งอาจส่งผลต่อความก้าวหน้าในอาชีพทางวิชาการ และอาจเป็นอุปสรรคต่อความสามารถของสาขาวิชานี้ในการสร้างความเข้าใจแบบองค์รวมเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ทั้งหมดของสิ่งมีชีวิต ซึ่งสามารถนำไปเผยแพร่สู่สาธารณชนได้
อย่างไรก็ตาม Francesca Cesari บรรณาธิการของ Nature ชี้แจงว่า การพิจารณาตีพิมพ์ผลงานขึ้นอยู่กับคุณภาพและความสำคัญของงานวิจัย รวมถึงกระบวนการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) และลักษณะของผลงานที่ส่งเข้ามาทั้งนี้ งานวิเคราะห์ของ Gee ยังเผยแพร่ในรูปแบบ Preprint บน bioRxiv ซึ่งยังไม่ผ่านการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิอย่างเป็นทางการ จึงยังไม่อาจสรุปได้ว่าความนิยมของสิ่งมีชีวิตเป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้เกิดความแตกต่างในการตีพิมพ์
ผลการวิเคราะห์นี้ชวนให้ตั้งคำถามถึงบทบาทของความนิยมและการคัดเลือกผลงานในการเผยแพร่ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ พร้อมสะท้อนความสำคัญของการเปิดพื้นที่ให้ศึกษาสิ่งมีชีวิตหลากหลายกลุ่ม เพื่อให้การทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ของสิ่งมีชีวิตบนโลกครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
แหล่งที่มา:
Callaway, E. (2026, October 30). Are dinosaur fossils hogging top journals? Analysis sparks debate over ‘charismatic’ finds. Nature.
https://www.nature.com/articles/d41586-026-03512-2
Gee, B. M. (2026). It runs in the family: New extinct species from charismatic clades are more likely to be published in high-impact journals than those from non-charismatic clades. bioRxiv.
https://doi.org/10.64898/2026.10.06.756798
Xu, X., et al. (2026, August 12). Progress and future directions in dinosaur palaeontology. Nature Reviews Biodiversity.
https://doi.org/10.1038/s44358-026-00191-9
