การสนับสนุนผู้ดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์ ทางเลือกที่คุ้มค่าและให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการใช้ยา
Science News Categories
Publish date
09/02/2026
Image
การสนับสนุนผู้ดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์ ทางเลือกที่คุ้มค่าและให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการใช้ยา

ผลการจำลองด้วยคอมพิวเตอร์ชี้ให้เห็นว่าระบบการดูแลแบบร่วมมือช่วยประหยัดงบประมาณสาธารณสุขได้มหาศาล และช่วยให้ผู้ป่วยได้อยู่บ้านนานขึ้น เมื่อเทียบกับการรักษาด้วยยาเพียงอย่างเดียว

 

การศึกษาใหม่โดยใช้แบบจำลองคอมพิวเตอร์ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Alzheimer’s and Dementia เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 พบว่า แนวทางการดูแลแบบร่วมมือ (Collaborative care) สำหรับผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อม ซึ่งไม่ใช่แค่การรักษาทางการแพทย์ทั่วไป แต่เป็นโมเดลการทำงานร่วมกันเป็นทีมที่มุ่งเน้นการสนับสนุนทั้งผู้ป่วยและผู้ดูแล โดยเปลี่ยนรูปแบบจากการรักษาที่ตั้งรับ หรือการรอให้เกิดปัญหาแล้วค่อยแก้ไข (Crisis-oriented care) ไปเป็นการดูแลเชิงรุกที่สงบกว่า (Proactive, calmer care) ซึ่งช่วยให้ผู้ดูแลทราบว่าจะต้องเผชิญกับอะไรและมีการเตรียมความพร้อมล่วงหน้า ทำให้การจัดการปัญหาพฤติกรรมหรือสุขภาพในแต่ละวันมีประสิทธิภาพมากขึ้น ให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าในราคาที่ประหยัดกว่าการใช้ยารักษาโรคอัลไซเมอร์อย่างมาก 

 

งานวิจัยนี้เปรียบเทียบระหว่างการใช้ยาเลคาเนแมบ (lecanemab) กับโปรแกรมสนับสนุนผู้ดูแล เช่น โปรแกรม Care Ecosystem ของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานฟรานซิสโก (UCSF) ซึ่งมีผู้นำทางด้านการดูแล" (care navigators) ช่วยเหลือครอบครัวในการจัดการเรื่องยา การนอน และพฤติกรรมของผู้ป่วย ผลการจำลองระบุว่า การดูแลแบบร่วมมือช่วยให้ผู้ป่วยได้ใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านนานขึ้นอีก 0.34 ปี ก่อนจะต้องเข้าสู่สถานพยาบาลระยะยาว ในขณะที่การใช้ยาเลคาเนแมบช่วยยืดเวลาได้เพียง 0.17 ปี นอกจากนี้ เมื่อคำนวณในระดับประชากรของสหรัฐอเมริกา โปรแกรมสนับสนุนผู้ดูแลสามารถช่วยประหยัดงบประมาณด้านสุขภาพได้ถึง 3 แสนล้านดอลลาร์ ในขณะที่การใช้ยาอาจส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นถึง 3.95 หมื่นล้านดอลลาร์

 

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าโมเดลการดูแลนี้ช่วยเปลี่ยนจากการดูแลที่เน้นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเมื่อเกิดวิกฤต เป็นการดูแลเชิงรุกที่สงบกว่าและมีการเตรียมพร้อม อย่างไรก็ตาม นักวิจัยยอมรับว่าการผลักดันเรื่องนี้ในระบบสุขภาพทำได้ยาก เนื่องจากธุรกิจการแพทย์มักไม่เห็นกำไรจากการปรับปรุงระบบการดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมมากนักเมื่อเทียบกับการขายยา



าพการเปรียบเทียบระหว่างสมองของคนปกติกับสมองผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากโรคอัลไซเมอร์
ที่มาของภาพ Altomara, D. (2024, October 9). Risk factors for Alzheimer’s disease. WebMD. https://www.webmd.com/alzheimers/alzheimers-causes-risk-factors

 

อ้างอิง
Landhuis, E. (2026, February 5). The best way to help Alzheimer’s patients may be to help their caregivers. Science News. https://www.sciencenews.org/article/alzheimers-patient-caregiver-drug-cost
Cummings, J., Feldman, D., & Shah, K. (2022). The costs of developing treatments for Alzheimer’s disease: A retrospective exploration. Alzheimer’s & Dementia: Behavior & Socioeconomics of Aging, 1(1), Article e70054. https://doi.org/10.1002/bsa3.70054
 

Created by
เรียบเรียงโดย นายธีรภัทร์ จามจุรีรักษ์ กองสื่อสารวิทยาศาสตร์ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ
22 Reads
Ribbon