เปลือกไข่ประดิษฐ์ฟักลูกไก่สำเร็จ ก้าวใหม่ของเทคโนโลยีชีวภาพ
Science News Categories
Publish date
22/05/2026
Image

บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพประกาศความสำเร็จในการฟักลูกไก่ 26 ตัวจากระบบเปลือกไข่สังเคราะห์ ซึ่งอาจเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่ต้องพัฒนาเพิ่มเติม สำหรับการศึกษาความเป็นไปได้ของเทคโนโลยีการฟื้นคืนชีพสัตว์สูญพันธุ์ (de-extinction) ในอนาคต

 

วันที่ 19 พ.ค. ที่ผ่านมา สำนักข่าว AP เผยแพร่รายงานความสำเร็จของบริษัทด้านเทคโนโลยีชีวภาพ Colossal Biosciences สหรัฐอเมริกา ในการฟักลูกไก่ผ่านระบบสภาพแวดล้อมประดิษฐ์ที่ออกแบบมาเพื่อทดแทนเปลือกไข่ตามธรรมชาติ จำนวน 26 ตัว ที่มีอายุตั้งแต่ไม่กี่วันจนถึงหลายเดือน ความก้าวหน้านี้ถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญที่อาจนำไปสู่เป้าหมายสูงสุดของบริษัทในการฟื้นคืนชีพสัตว์สูญพันธุ์ (De-extinction) ในอนาคต เช่น นกยักษ์โมอา (South Island giant moa) จากนิวซีแลนด์ และนกโดโด (Dodo) แห่งเกาะมอริเชียส

 

นวัตกรรมเปลือกไข่ที่ Colossal พัฒนาขึ้นนี้ไม่ใช่ไข่ทั้งใบ แต่เป็นระบบเปลือกไข่ประดิษฐ์ โดยใช้โครงสร้างตาข่ายที่สร้างจากเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ (3D printing) เพื่อเลียนแบบคุณสมบัติของเปลือกไข่จริง ประกอบกับเยื่อเมมเบรนพิเศษที่ทำจากซิลิโคน ซึ่งมีคุณสมบัติให้ก๊าซซึมผ่านได้บางส่วน ช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนในปริมาณที่เหมาะสมและเก็บกักความชื้นไว้ภายในได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่นเดียวกับเปลือกไข่ธรรมชาติ

 

ในกระบวนการฟัก นักวิทยาศาสตร์จะนำไข่ที่ผ่านการปฏิสนธิแล้วจากแม่ไก่จริงมาใส่ในระบบประดิษฐ์นี้ โดยมีการเติมแคลเซียมเสริมเข้าไป เนื่องจากโดยปกติตัวอ่อนจะดูดซึมแคลเซียมจากเปลือกไข่ธรรมชาติเพื่อใช้ในการเจริญเติบโต นอกจากนี้ ระบบยังมีหน้าต่างใสด้านบนที่ช่วยให้นักวิจัยสามารถเฝ้าสังเกตและบันทึกภาพพัฒนาการของตัวอ่อนได้ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการศึกษาด้านชีววิทยาพัฒนาการ

 

artificial eggshell
สภาพแวดล้อมสังเคราะห์ที่สามารถฟักลูกไก่ออกมาได้ (ที่มาของภาพ Colossal Biosciences)

 

egg
ตัวอ่อนของลูกไก่ที่กำลังเจริญเติบโตภายในสภาพแวดล้อมสังเคราะห์ (ที่มาของภาพ Colossal Biosciences)

 

Ben Lamm ผู้บริหารของ Colossal อธิบายว่าเทคโนโลยีนี้จำเป็นอย่างยิ่งต่อการคืนชีพนกยักษ์ในอดีต เนื่องจากไข่ของนกโมอามีขนาดใหญ่กว่าไข่ไก่หลายเท่า หรือพอๆ กับลูกฟุตบอล ซึ่งนกในปัจจุบันไม่สามารถวางไข่ขนาดใหญ่เช่นนั้นได้ การสร้างระบบฟักที่สามารถปรับขนาดได้จึงเป็นคำตอบในการรองรับตัวอ่อนของสัตว์เหล่านี้ในอนาคต นอกจากนี้การตัดต่อพันธุกรรมนกยังมีความซับซ้อนสูงกว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เพราะนกเริ่มพัฒนาเปลือกไข่และไข่แดงไปพร้อมกับตัวอ่อนภายในตัวแม่ ทำให้การเข้าถึงเพื่อแก้ไขยีนทำได้ยากกว่า

 

แม้จะเป็นความสำเร็จที่น่าประทับใจ แต่นักวิทยาศาสตร์อิสระบางส่วนยังคงตั้งข้อสงสัย เช่น Vincent Lynchนักชีววิทยาเชิงวิวัฒนาการจากมหาวิทยาลัย Buffalo ระบุว่าสิ่งที่ Colossal สร้างขึ้นเป็นเพียงเปลือกไข่ประดิษฐ์ ไม่ใช่ไข่ประดิษฐ์ที่สมบูรณ์ เนื่องจากยังขาดองค์ประกอบสำคัญอื่นๆ เช่น อวัยวะชั่วคราวที่ช่วยในการกำจัดของเสียและหล่อเลี้ยงตัวอ่อน และยังมีประเด็นเรื่องจริยธรรมและสภาพแวดล้อมว่าสัตว์ที่ฟักออกมาจะสามารถอาศัยอยู่ในโลกปัจจุบันได้จริงหรือไม่

 

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนเห็นว่าเทคโนโลยีนี้อาจมีประโยชน์ในระยะสั้นสำหรับการอนุรักษ์นกที่ใกล้สูญพันธุ์ในปัจจุบัน โดยการช่วยฟักไข่ในสภาวะควบคุมหรือช่วยเพิ่มโอกาสรอดให้กับสายพันธุ์ที่วิกฤต ความสำเร็จในการฟักลูกไก่ 26 ตัวนี้ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเส้นทางอันยาวไกล Colossal ยังต้องเผชิญกับความท้าทายในการศึกษา DNA โบราณจากกระดูกนกโมอาเพื่อเปรียบเทียบกับนกในปัจจุบัน และการปรับขนาดระบบฟักให้ใหญ่ขึ้น
 

อ้างอิง

https://apnews.com/article/deextinction-colossal-giant-moa-artificial-egg-a1ad16c5fb00bf2559b7a9fcfbb95239
https://www.nationalgeographic.com/science/article/artificial-egg-colossal-chickens-moa-dodo
https://www.sciencealert.com/de-extinction-company-says-its-hatched-chicks-from-artificial-eggshells
 

อัปเดตข่าวเด่นวิทยาศาสตร์ประจำวันได้ที่ เว็บไซต์ Curiosity - Science News Today

 

Created by
เรียบเรียงโดย แก้วนภา ชวาร์ซ กองสื่อสารวิทยาศาสตร์ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ
23 Reads
Ribbon