บริษัทผู้ผลิตตุ๊กตาใช้หลักคิดแบบวิทยาศาสตร์และข้อมูลที่น่าเชื่อถือมาออกแบบ บาร์บี้ออทิสติก เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเด็กออทิสติกให้กับคนในสังคม ในอีกด้านหนึ่ง กลับยังมีการให้ข้อมูลที่มีหลักฐานไม่มากพอเกี่ยวกับอาการออทิสติกจากบุคลากรและหน่วยงานบางแห่งของสหรัฐอเมริกา ซึ่งสร้างผลกระทบให้กับเด็ก ๆ ออทิสติกและครอบครัว
วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 เว็บไซต์ Sciencenews นำเสนอประเด็นเกี่ยวกับแนวคิดบางอย่างจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงและหน่วยงานบางแห่งของสหรัฐต่อเด็กออทิสติก ท่ามกลางรอยยิ้มของสังคมต่อตุ๊กตาบาร์บี้ออทิสติกที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยนักวิชาการกล่าวถึงสิ่งที่มีการกล่าวอ้างนั้นว่าอาจมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ไม่มากพอ ซึ่งแนวคิดดังกล่าวจะสร้างผลกระทบต่อเด็กออทิสติกและครอบครัวของพวกเขาได้
กลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา บริษัท Mattel นำเสนอผลงานใหม่คือ ตุ๊กตาบาร์บี้ออทิสติก ที่ใช้ข้อมูลจากเครือข่ายสนับสนุนตนเองของผู้เป็นออทิสติก (Autistic Self Advocacy Network) หรือ ASAN เพื่อรับฟังความคิดเห็นถึงสิ่งที่บาร์บี้ออทิสติกควรมี ด้วยหวังว่าจะทำให้เด็กออทิสติกได้เห็นว่า พวกเขาก็เป็นบาร์บี้ได้ แม้จะแตกต่างจากเด็กคนอื่น ๆ แต่พวกเขาไม่ได้แปลกแยกจากใคร หลังนำตุ๊กตาดังกล่าวออกวางจำหน่าย ได้รับการตอบรับที่ดีจากสังคมส่วนใหญ่ ที่เห็นว่า ช่วยสร้างความเข้าใจให้คนส่วนใหญ่ได้เข้าใจลักษณะของเด็กออทิสติกมากขึ้นผ่านรูปลักษณ์ของตุ๊กตาที่สวมใส่ชุดหลวม ๆ ไม่จ้องมองผู้อื่นตรง ๆ มีหูฟังลดเสียงรบกวน มีของเล่นติดมือ รวมถึงมีแท็บเล็ตเพื่อใช้ในการสื่อสารหากพวกเขาไม่อยากพูดด้วย
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดกลับมีกระแสข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงและหน่วยงานบางแห่งในสหรัฐอเมริกา ออกมาให้ข้อมูลว่าพบแนวโน้มเด็กออทิสติกในสหรัฐฯ สูงมากขึ้นภายใน 10 ปีที่ผ่านมา รวมถึงการระบุว่าวัคซีน และสารอะเซตามิโนเฟนในยาแก้ปวดไทลินอล ที่มารดารับประทานขณะตั้งครรภ์เป็นหนึ่งในสาเหตุของโรค ขณะเดียวกันก็ออกมาระบุว่า ลิวโคโวรินที่เป็นสารประกอบชนิดหนึ่งของกรดโฟลิก ซึ่งใช้ในการต้านผลข้างเคียงจากการรักษามะเร็งนั้น มีผลในการรักษาออทิสติก ทั้งหมดนี้ล้วนถูกนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงอลิสัน ซิงเกอร์ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานมูลนิธิวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับออทิสติก ได้ออกมาติงถึงข้อมูลที่ยังมีหลักฐานไม่มากพอจะนำมาเผยแพร่ และยังส่งผลเสียให้กับครอบครัวเด็กออทิสติกที่ต้องกลายเป็นจำเลยสังคมในข้อหาที่ไม่ดูแลตนเองและลูกให้ดี จนทำให้มีจำนวนเด็กออทิสติกมากขึ้น ทั้งที่จริงแล้ว การพบจำนวนเด็กออทิสติกมากขึ้น เป็นผลมาจากการรู้จัก เข้าใจอาการมากขึ้นทำให้สามารถวินิจฉัยได้ชัดเจนจนระบุอาการได้มากกว่าที่เคย
ในการประชุมประจำปีของสมาคมประสาทวิทยาศาสตร์ที่เมืองซานดิเอโกในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา มีการกล่าวถึงการศึกษาทำความเข้าใจเกี่ยวกับออทิสติกให้มากขึ้น และเห็นว่าการวินิจฉัยอาการได้เร็วเท่าไรก็จะยิ่งช่วยเด็ก ๆ ด้วยวิธีที่เหมาะสมมากขึ้นเท่านั้น ในการประชุมยังได้กล่าวถึงความงดงามของเด็กออทิสติกว่า พวกเขานำความสุขมาให้ สอนให้ผู้คนมีความเห็นอกเห็นใจ และเกิดความตระหนักรู้ในความแตกต่างระหว่างมนุษย์ด้วยกัน
อ้างอิง
https://shop.mattel.com/products/barbie-fashionistas-doll-in-purple-striped-dress-autistic-barbie-jjn58
https://www.sciencenews.org/article/autistic-barbie-counter-misinformation
https://www.bbc.com/news/articles/cd6w2xdww11o
