งานวิจัยใหม่ในวารสาร Geology เผยว่า ชีวิตทะเลฟื้นตัวภายในไม่กี่พันปีหลังไดโนเสาร์สูญพันธุ์ เร็วกว่าที่เคยเชื่อกันหลายเท่า
เมื่อ 66 ล้านปีก่อน โลกเผชิญหนึ่งในเหตุการณ์รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ นั่นคือการพุ่งชนของอุกกาบาตยักษ์ที่บริเวณคาบสมุทรยูคาทาน ซึ่งทิ้งร่องรอยไว้ในชื่อหลุมอุกกาบาต ชิคซูลูบ (Chicxulub) เหตุการณ์ครั้งนั้นกวาดล้างสิ่งมีชีวิตไปมากกว่า 75% ของทั้งหมดบนโลก รวมถึงไดโนเสาร์ที่ครองความยิ่งใหญ่มานานนับร้อยล้านปี
ก่อนหน้านี้ นักวิทยาศาสตร์ประเมินว่า หลังเหตุการณ์สูญพันธุ์ครั้งใหญ่ โลกน่าจะต้องใช้เวลาหลายหมื่นปีจึงจะฟื้นตัวทางระบบนิเวศได้ แต่หลักฐานใหม่จากชั้นตะกอนใต้มหาสมุทรกำลังชี้ว่า การฟื้นตัวของสิ่งมีชีวิตอาจเกิดขึ้นเร็วกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้อย่างมาก
ทีมนักวิจัยนำโดย Christopher Lowery จากมหาวิทยาลัยเท็กซัส ออสติน ได้เจาะลึกแท่งตะกอนทะเล (sediment cores) จากหลายพื้นที่ทั่วโลก ตั้งแต่บริเวณหลุมอุกกาบาตชิคซูลูบ ไปจนถึงชั้นหินในอิตาลี สเปน และตูนิเซีย เพื่อเปรียบเทียบลำดับเวลาเหตุการณ์หลังการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ เป้าหมายสำคัญของพวกเขาคือการตรวจสอบวิธีคำนวณอายุชั้นหินแบบเดิม ซึ่งอาศัยความหนาของชั้นตะกอนที่คั่นกลางระหว่างรอยขอบเขตการสูญพันธุ์กับระดับที่เริ่มพบฟอสซิลของสิ่งมีชีวิตรุ่นใหม่ วิธีดังกล่าวตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าอัตราการสะสมตัวของตะกอนคงที่ แต่ในความเป็นจริง อัตราการตกตะกอนอาจแปรผันได้ และทำให้การประเมินเวลาเกิดความคลาดเคลื่อน เพื่อแก้ปัญหานี้ ทีมวิจัยหันมาใช้ไอโซโทป Helium-3 ซึ่งเป็นอนุภาคจากฝุ่นอวกาศที่ตกสะสมบนโลกในอัตราค่อนข้างสม่ำเสมอ ทำหน้าที่เสมือนนาฬิกาธรณีวิทยาที่ให้การจับเวลาละเอียดแม่นยำยิ่งขึ้น
เมื่อใช้เทคนิคดังกล่าวร่วมกับการศึกษาซากดึกดำบรรพ์ของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวขนาดจิ๋วอย่าง Foraminifera ซึ่งมีเปลือกแคลเซียมและพบได้ทั่วไปในตะกอนทะเลลึก ทีมงานพบว่า สปีชีส์สำคัญชนิดหนึ่งคือ Parvularugoglobigerina eugubina ปรากฏตัวขึ้นหลังการพุ่งชนของอุกกาบาตเพียงประมาณ 6,400 ปีเท่านั้น จากนั้นความหลากหลายทางชีวภาพในมหาสมุทรก็เริ่มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องภายในเวลาไม่กี่พันปีถัดมา
ผลการวิเคราะห์ครั้งใหม่นี้สร้างความประหลาดใจให้กับนักวิทยาศาสตร์อย่างมาก เพราะความเข้าใจเดิมประเมินว่า โลกต้องใช้เวลาประมาณ 30,000 ปี กว่าชีวิตรูปแบบใหม่จะเริ่มฟื้นตัวหลังการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ แต่ข้อมูลล่าสุดชี้ว่า การกลับมาของสปีชีส์ใหม่เกิดขึ้นเร็วกว่านั้นหลายเท่า โดยในบางกลุ่มสิ่งมีชีวิตการขยายจำนวนอาจเริ่มขึ้นภายในเวลาเพียง 1,000–2,000 ปีหลังเหตุการณ์หายนะ ในมาตราส่วนเวลาทางธรณีวิทยา อัตราการฟื้นตัวเช่นนี้ถือว่าเร็วอย่างยิ่ง และกำลังเปลี่ยนมุมมองเดิมเกี่ยวกับจังหวะการกลับมาของชีวิตหลังวันสิ้นยุคไดโนเสาร์
นักวิทยาศาสตร์อธิบายว่า หลังแรงกระแทกครั้งมหาศาล ฝุ่นและเขม่าควันปกคลุมชั้นบรรยากาศ ทำให้โลกเย็นลงอย่างฉับพลัน ก่อนจะเข้าสู่ภาวะโลกร้อนในระยะถัดมาเมื่อท้องฟ้าเริ่มปลอดโปร่ง แสงอาทิตย์กลับมาส่องถึงผิวน้ำทะเล ระบบสังเคราะห์แสงเริ่มทำงานอีกครั้ง ห่วงโซ่อาหารค่อย ๆ ก่อรูปใหม่ ขณะเดียวกัน การสูญพันธุ์ของผู้ล่าและคู่แข่งจำนวนมากได้เปิดพื้นที่ว่างทางนิเวศขนาดใหญ่ สิ่งมีชีวิตที่รอดชีวิตจึงมีโอกาสปรับตัว ทดลอง และแตกแขนงเป็นสายพันธุ์ใหม่อย่างรวดเร็ว กระบวนการนี้บางครั้งถูกอธิบายว่าเป็นการเกิด นวัตกรรมทางชีวภาพแบบฉับพลัน ภายใต้แรงกดดันรุนแรง กล่าวอีกนัยหนึ่ง วิกฤตระดับโลกได้เร่งกลไกวิวัฒนาการให้เดินหน้าเร็วขึ้นกว่าปกติ
แม้ผลการศึกษานี้จะสะท้อนพลังการฟื้นคืนของธรรมชาติอย่างน่าทึ่ง แต่นักวิจัยย้ำว่ารวดเร็วในมาตราส่วนธรณีวิทยา ยังหมายถึงเวลาหลายพันปี ซึ่งยาวนานเกินช่วงชีวิตมนุษย์นับไม่ถ้วน ยิ่งไปกว่านั้น แม้ระบบนิเวศจะสร้างโครงสร้างใหม่ขึ้นมาได้ แต่ความหลากหลายทางชีวภาพในระดับที่สมบูรณ์ต้องใช้เวลาฟื้นฟูนานหลายล้านปี และสายพันธุ์ที่สูญพันธุ์ไปแล้วจะไม่มีวันกลับคืน
งานวิจัยครั้งนี้จึงไม่เพียงเปลี่ยนมุมมองต่ออดีตของโลก หากยังสะท้อนบทเรียนสำคัญต่อปัจจุบันว่า ธรรมชาติมีพลังในการเริ่มต้นใหม่ แต่การสูญเสียแต่ละครั้งย่อมทิ้งรอยแผลที่ไม่อาจลบเลือนได้ง่าย ๆ และบางสิ่ง เมื่อจากไปแล้ว ก็จะเหลือเพียงหลักฐานในชั้นหินให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาเท่านั้น
ภาพนี้เป็นการตีความเหตุการณ์หลังอุกกาบาตชนโลกที่ทำให้ไดโนเสาร์สูญพันธุ์
• รูปทรงคล้ายมีเส้นขนสามแบบทางซ้าย คือแพลงก์ตอนที่พบในปล่องอุกกาบาต
• รูปทรงเรขาคณิตด้านล่างซ้ายคือสาหร่ายชนิดหนึ่ง
• ส่วนกระดูกเป็นของสัตว์เลื้อยคลานทะเลที่สูญพันธุ์แล้ว
ที่มาของภาพ The University of Texas at Austin Jackson School of Geosciences/John Maisano.
ภาพจากกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราด ของฟอแรมมินิเฟอรากลุ่มแพลงก์ตอนชนิด Parvularugoglobigerina eugubina
ที่มาของภาพ Chris Lowrey
อ้างอิง
C.M. Lowery et al. New species evolved within a few thousand years of the Chicxulub Impact. Geology. Published January 21, 2026. doi: 10.1130/G53313.1
Elie Dolgin. (2026, February 13). Evolution didn’t wait long after the dinosaurs died. Retrieved February 19, 2026 from https://www.sciencenews.org/article/evolution-dinosaurs-chicxulub-asteroid
Gaby Clark. (2026, January 22). Evidence of 'lightning-fast' evolution found after Chicxulub impact. Retrieved February 19, 2026 from https://phys.org/news/2026-01-evidence-lightning-fast-evolution-chicxulub.html
