LiDAR เผยอารยธรรมโบราณใต้ป่าแอมะซอน พบโครงสร้างดิน 432 แห่ง
Science News Categories
Publish date
30/10/2026
Image

การสำรวจด้วยเลเซอร์จากอากาศเผยโครงสร้างโบราณที่ซ่อนอยู่ใต้เรือนยอดป่าฝนในบราซิล ช่วยขยายความเข้าใจเกี่ยวกับอารยธรรมอะควีรีและบทบาทของมนุษย์ในการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์แอมะซอนก่อนยุคอาณานิคม

 

ทีมวิจัยจากฟินแลนด์และบราซิลตีพิมพ์ผลงานในวารสาร Nature ช่วงกรกฎาคมที่ผ่านมา รายงานถึงการใช้เทคโนโลยีไลดาร์ (LiDAR) สำรวจป่าฝนแอมะซอนในประเทศบราซิล ซึ่งช่วยให้ค้นพบโครงสร้างดินโบราณ 432 แห่ง โดยส่วนใหญ่ไม่เคยได้รับการบันทึกมาก่อน ผลการค้นพบนี้ช่วยขยายความเข้าใจเกี่ยวกับอารยธรรมอะควีรี (Aquiry) และบทบาทของมนุษย์ในอดีตที่มีต่อภูมิทัศน์ของป่าแอมะซอน

 

LiDAR ย่อมาจาก Light Detection and Ranging เป็นเทคโนโลยีที่ส่งพัลส์เลเซอร์ไปยังพื้นผิวและวัดเวลาที่แสงสะท้อนกลับมา จากนั้นนำข้อมูลระยะทางมาสร้างแบบจำลองภูมิประเทศสามมิติ เมื่อใช้จากอากาศและประมวลผลแยกจุดสะท้อนจากพื้นดินออกจากพืชพรรณ นักวิจัยจึงสามารถตรวจสอบรูปทรงของพื้นผิวที่ถูกป่าปกคลุมได้ โดยไม่จำเป็นต้องตัดต้นไม้เพื่อเปิดพื้นที่สำรวจทั้งหมด

 

ทีมวิจัยใช้ข้อมูลไลดาร์จากการสำรวจทางอากาศร่วมกับภาพถ่ายดาวเทียมและข้อมูลทางโบราณคดี เพื่อศึกษาการกระจายตัวของสิ่งก่อสร้างที่ซ่อนอยู่ใต้เรือนยอดป่าทึบ ผลการศึกษาชี้ว่าอารยธรรมอะควีรีมีขอบเขตพื้นที่ประมาณ 183,000 ตารางกิโลเมตร และอาจมีประชากรประมาณ 1.25–3 ล้านคนในช่วงที่มีการใช้โครงสร้างจำนวนมากราว ค.ศ. 100–300 ทั้งนี้ ตัวเลขประชากรเป็นค่าประมาณจากแบบจำลอง ไม่ใช่จำนวนประชากรที่นับได้โดยตรง

 

โครงสร้างที่พบเรียกว่า geoglyphs หรือรูปทรงเรขาคณิตขนาดใหญ่ที่สร้างด้วยการขุดร่องและปรับระดับดิน บางแห่งมีคูน้ำกว้างประมาณ 9–13 เมตร และลึกได้ถึง 5 เมตร งานวิจัยระบุว่าโครงสร้างกลุ่มนี้สร้างขึ้นในช่วงประมาณ 600 ปีก่อนคริสตกาลถึง ค.ศ. 850 และหลายแห่งเชื่อมโยงกันด้วยเส้นทางที่ทอดยาวผ่านภูมิประเทศ โครงสร้างเหล่านี้อาจทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางสาธารณะ พิธีกรรม หรือการเมือง มากกว่าจะเป็นที่อยู่อาศัยถาวรหรือป้อมปราการทางทหาร การก่อสร้างและดูแลรักษาสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่เป็นเวลาหลายศตวรรษย่อมต้องอาศัยแรงงาน การแบ่งงาน และองค์ความรู้ที่สั่งสมในชุมชน

 

ผลการศึกษานี้ช่วยชี้ให้เห็นว่าป่าฝนแอมะซอนมีประวัติศาสตร์การตั้งถิ่นฐานและการจัดการภูมิทัศน์โดยมนุษย์ที่ซับซ้อนกว่าที่เคยเข้าใจ และท้าทายแนวคิดที่ว่าผู้คนในอดีตอาศัยอยู่เฉพาะบริเวณริมแม่น้ำสายหลัก เพราะโครงสร้างจำนวนมากอยู่ในพื้นที่สูงระหว่างแม่น้ำ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้คนสามารถตั้งถิ่นฐาน เดินทาง และทำเกษตรกรรมในพื้นที่ส่วนอื่นของแอมะซอนได้เช่นกัน
 

อ้างอิง

Biernath, A. (2026, October 27). เทคโนโลยีใหม่เผยภาพสลักบนดิน ท้าทายความเชื่อที่ว่าแอมะซอนเป็นป่าธรรมชาติที่ไม่เคยถูกมนุษย์รบกวน. BBC News ไทย. https://www.bbc.com/thai/articles/cqy0r34yx0lxo
Pärssinen, M., et al. (2026). Over 20,000 precolonial earthworks in the Southwest Amazonia. Nature. https://doi.org/10.1038/s41586-026-10835-7

 

อัปเดตข่าวเด่นวิทยาศาสตร์ประจำวันได้ที่ เว็บไซต์ Curiosity - Science News Today

Created by
เรียบเรียงโดย บัณฑิตา ทอกไข
14 Reads
Ribbon