เดือนมิถุนายนถือเป็นฤดูฝนอย่างเต็มตัวของประเทศไทย ปริมาณน้ำฝนที่เยอะและอุณหภูมิที่อบอุ่นเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้ต้นไผ่หลากหลายชนิดเริ่มแตกหน่ออ่อนจากใต้ดิน หรือที่เรียกกันว่า "หน่อไม้" หน่อไม้จึงกลายเป็นวัตถุดิบที่หาง่ายและมีจำนวนมากในช่วงฤดูฝน
หน่อไม้จากต้นไผ่แต่ละชนิดมีรสชาติที่แตกต่างกัน บางชนิดมีรสหวาน บางชนิดมีรสขม ซึ่งเกิดจากปริมาณของสารกลุ่มไซยาโนไกลโคไซด์ (Cyanogenic Glycosides) ที่แตกต่างกัน
หน่อไม้รสหวานมักมีปริมาณไซยาโนไกลโคไซด์ต่ำหรือบางชนิดอาจไม่มีเลย ทำให้สามารถนำมาประกอบอาหารได้โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการลดความขมที่ซับซ้อน ตัวอย่างหน่อไม้รสหวานที่นิยม ได้แก่ ไผ่ตง ไผ่หวาน ไผ่ซางหม่น และไผ่บงหวาน ซึ่งเป็นไผ่ที่นิยมปลูกเพื่อเก็บหน่อจำหน่าย หน่อไม้เหล่านี้ให้รสชาติอร่อยและเนื้อสัมผัสที่ดี
หน่อไม้รสขม เช่น หน่อไม้ป่าและไผ่รวก มีปริมาณไซยาโนไกลโคไซด์สูง สารกลุ่มนี้ทำหน้าที่เป็นกลไกป้องกันตัวเองตามธรรมชาติของพืช ป้องกันสัตว์หรือแมลงเข้ามากินหน่ออ่อน หน่อไม้รสขมจำเป็นต้องผ่านกระบวนการลดความขมและความเป็นพิษก่อนนำมารับประทาน โดยมักนำไปต้มในน้ำเดือดหลายๆ ครั้ง
หน่อไม้ไม่ได้เป็นแค่วัตถุดิบที่อร่อยและนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายเท่านั้น แต่ยังอุดมไปด้วยใยอาหารสูง วิตามินบี วิตามินซี โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก และสังกะสี มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอ ส่งเสริมสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด และเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
