Submitted by jakritip.i on 11 July 2026
มนุษย์และค้างคาวแม่ไก่โบราณ
Science Category
Image

ค้างคาว เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพียงกลุ่มเดียวที่พัฒนาตัวเองขึ้นมาตั้งแต่ประมาณ 50 ล้านปีที่แล้ว ให้ร่างกายมีพังผืดหนังระหว่างนิ้วจนกลายเป็นแผ่นปีก และสามารถบินไปมาในอากาศได้เหมือนกับสัตว์ปีกในกลุ่มนก สัตว์โบราณชนิดนี้มีการแตกสายวิวัฒนาการจนกลายมาเป็นค้างคาวชนิดต่าง ๆ ไม่น้อยกว่า 1,463 ชนิด และแน่นอนว่า พวกมันมีความสัมพันธ์กับสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า มนุษย์ มาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยเฉพาะในกลุ่มค้างคาวกินผลไม้ (วงศ์ Pteropodidae) นั้นมีความเก่าแก่และซับซ้อนอย่างยิ่ง

 

ในทวีปออสเตรเลีย นักโบราณคดี ได้ค้นพบหลักฐานภาพค้างคาวกินผลไม้ที่เด่นชัด ปรากฏอยู่บนภาพวาดหินทางตอนเหนือของออสเตรเลียซึ่งสามารถเทียบเคียงได้กับซากกึ่งฟอสซิลที่มีอายุย้อนไปถึงช่วงยุคน้ำแข็งสูงสุดครั้งสุดท้าย (ประมาณ 20,000 ปีมาแล้ว) ภาพเหล่านี้สะท้อนถึงค้างคาวชนิดที่สูญพันธุ์ไปแล้ว ซึ่งเคยอาศัยอยู่ในผืนป่าอันเขียวชอุ่ม ก่อนที่ทวีปแห่งนี้จะแปรเปลี่ยนเป็นความแห้งแล้งในปัจจุบัน

 

นอกจากนี้ ซากกึ่งฟอสซิล (Subfossils) ที่ค้นพบตามแหล่งโบราณคดีต่าง ๆ ที่มีมนุษย์โบราณอาศัยอยู่ ตั้งแต่มาดากัสการ์ ปาปัวนิวกินี ไปจนถึงหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก ยังชี้ให้เห็นว่ามนุษย์อาจมีส่วนสำคัญที่ทำให้ประชากรค้างคาวลดลงไป ผ่าน "ปฏิสัมพันธ์เชิงลบ" หรือการล่ามาเป็นอาหาร (Bushmeat) ซึ่งความสัมพันธ์แบบผู้ล่าและเหยื่อนี้อาจเกิดขึ้นก่อนการกำเนิดของมนุษย์สมัยใหม่ในแอฟริกาด้วยซ้ำ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือซากค้างคาว Bulmer's Fruit Fox ที่มีอายุราว ๆ 12,000 ปีในปาปัวนิวกินีที่มีร่องรอยการล่าอย่างชัดเจน

 

อย่างไรก็ตาม มนุษย์ไม่ได้เพียงแต่ทำลายเท่านั้น แต่ยังพบว่ามีบทบาทในการกระจายพันธุ์ผ่านการเคลื่อนย้ายถิ่นฐาน เช่น ชาวโพลีนีเซียซึ่งพวกเขานำค้างคาวแม่ไก่แปซิฟิก (Pacific Flying Fox) ติดตัวไปเลี้ยงตามเกาะต่างๆ จนกลายเป็นประชากรท้องถิ่นตามหมู่เกาะแปซิฟิก มาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน



 

หมายเหตุ บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการความหลากชนิดและการกระจายของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในอันดับค้างคาวในประเทศไทย ภายใต้การสนับสนุนจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) 

 

Author
Nat. โดม
Upload_file
2 Reads
Ribbon