วาฬคือยักษ์ใหญ่ใจดีแห่งมหาสมุทร วาฬสีน้ำเงินเป็นสัตว์ที่มีขนาดใหญที่สุดในโลก ประเทศไทยสามารถพบวาฬได้หลากหลายชนิด ส่วนมากแวะเวียนเข้ามาเพื่อหยุดพัก เป็นทางผ่านก่อนเดินทางต่อในท้องทะเลอันกว้างใหญ่
ถ้าพูดถึงวาฬที่อาศัยทะเลของประเทศไทยเป็นบ้าน หรือสามารถพบเห็นเกือบตลอดทั้งปี จะมีอยู่เพียง 2 ชนิดหลักๆ คือ “วาฬบรูด้า” และ “วาฬโอมูระ” โดยทั้งสองชนิดเป็นวาฬบาลีน ที่อยู่ในสกุล Balaenoptera เหมือนกัน
แต่ด้วยทั้ง “วาฬบรูด้า” และ “วาฬโอมูระ” มีลักษณะรูปร่างลักษณะที่คล้ายกันมาก จึงมักทำให้เกิดความสับสนและเข้าใจผิดในการระบุชนิดอยู่บ่อยครั้ง
วาฬบรูด้า หรือ วาฬแกลบ
วาฬที่เจอบ่อยที่สุดในประเทศไทย โดยเฉพาะแถบทะเลอ่าวไทยตอนบนที่สามารถพบเห็นได้เกือบตลอดทั้งปี ชื่อบรูด้าเป็นชื่อที่คนไทยเรียกติดปากกันมาเนิ่นนาน แต่จริงๆ แล้ว วาฬชนิดนี้คือ “วาฬอีเดน หรือ Eden's whale” ซึ่งมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Balaenoptera edeni Anderson, 1878 เป็นชนิดที่ต่างจาก วาฬบรูด้า หรือ Balaenoptera brydei Olsen, 1913 ที่อาศัยในชายฝั่งแอฟริกาหรือมหาสมุทรเปิด
วาฬบรูด้า หรือ วาฬแกลบ ที่พบในประเทศไทยนั้น มีลักษณะเด่นที่บริเวณหัว โดยมีสันนูนบนหัว 3 สันที่ชัดเจน ขากรรไกรล่างสีเทาเสมอกันทั้ง 2 ด้าน และมีร่องใต้คางหรือรอยจีบใต้คางสีชมพูซึ่งเห็นชัดเจนเมื่อวาฬอ้าปากกินอาหารเหนือผิวน้ำ ลำตัวสีเทาเข้มสม่ำเสมอ
วาฬโอมูระ
วาฬโอมูระ หรือ Omura's Whale มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Balaenoptera omurai (Wada, Oishi & Yamada, 2003) วาฬที่อาศัยอยู่ในทะเลฝั่งอันดามันเป็นหลัก พบตั้งแต่หมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา ลงไปถึงเกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล
วาฬโอมูระ มีลักษณะเด่นที่บริเวณหัว โดยมีสันนูนเพียง 1 สัน ขากรรไกรล่าง 2 ด้านมีสีแตกต่างกัน โดยด้านซ้ายจะมีสีเข้มกว่าด้านขวาชัดเจน และมีร่องใต้คางหรือรอยจีบใต้คางสีเทาอ่อน บริเวณส่วนหลังของลำตัวมีแถบสีเทาจางพาดซึ่งไม่พบในวาฬบรูด้า
แม้ว่าวาฬทั้งสองชนิดจะมีขนาดใหญ่ราวๆ 10 เมตร แต่อาหารหลักกลับเป็นกุ้งเคยและปลาขนาดเล็ก การพบวาฬทั้งสองชนิดอาศัยอยู่จึง
สะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเลไทย
เรื่อง/เรียบเรียง/กราฟิก:
