ตามรอยน้ำแข็ง ด้วยแผ่นดินไหวบนดวงจันทร์
Publish date
04/08/2026
Image
1

นักวิจัยพบว่า คลื่นไหวสะเทือนจาก แผ่นดินไหวบนดวงจันทร์ (Moonquake) อาจเป็นกุญแจสำคัญในการค้นหาน้ำแข็งที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นผิวดวงจันทร์ แม้น้ำแข็งจะฝังตัวลึกเกินกว่าดาวเทียมจะตรวจจับได้ ความก้าวหน้านี้ไม่เพียงช่วยสนับสนุนการสำรวจดวงจันทร์ในอนาคต แต่ยังอาจไขปริศนาว่าน้ำบนโลกมีต้นกำเนิดมาจากที่ใด

 

ทีมนักวิจัยนำโดย ดร. แฮร์ริสัน ลิสเบธ (Harrison Lisabeth) จากห้องปฏิบัติการแห่งชาติ Lawrence Berkeley ร่วมกับมหาวิทยาลัยแมริแลนด์ (University of Maryland) และมหาวิทยาลัยฮาวาย รายงานผลการศึกษาในวารสาร Science Advances เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2026 ว่า คลื่นไหวสะเทือนที่เกิดจากแผ่นดินไหวบนดวงจันทร์อาจใช้ระบุตำแหน่งของ  น้ำแข็งที่ฝังอยู่ใต้พื้นผิวดวงจันทร์ได้ หลักการของวิธีนี้อาศัยการวิเคราะห์พฤติกรรมของคลื่นไหวสะเทือนเมื่อเดินทางผ่านชั้นดินดวงจันทร์ เนื่องจากดินดวงจันทร์บริเวณที่มีน้ำแข็งปนอยู่จะมีความแข็งเกร็ง (Stiffer) มากกว่าดินแห้ง ส่งผลให้คลื่นเดินทางผ่านได้เร็วขึ้นประมาณ 2–3 เท่า และเกิดการสะท้อนกลับของคลื่นในลักษณะคล้ายเสียงสะท้อน (Echo) เมื่อกระทบกับชั้นน้ำแข็งหนาแน่นสูง ซึ่งสัญญาณเหล่านี้สามารถตรวจจับได้ด้วยเครื่องวัดแผ่นดินไหว (Seismometer) บนพื้นผิว


ปัจจุบัน ดาวเทียมที่โคจรรอบดวงจันทร์สามารถสำรวจได้เพียงข้อมูลบริเวณผิวดินชั้นตื้นเท่านั้น แต่ไม่สามารถระบุตำแหน่งและปริมาณของน้ำแข็งที่ฝังอยู่ลึกลงไปใต้ดินได้อย่างชัดเจน วิธีการฟังเสียงสะท้อนจากใต้พิภพดวงจันทร์นี้จึงเข้ามาช่วยเติมเต็มช่องว่างของข้อมูลที่ดาวเทียมไม่สามารถเข้าถึงได้ เพื่อพิสูจน์แนวคิดนี้ ทีมวิจัยได้ทำการศึกษาควบคู่กัน 3 แนวทาง ได้แก่ การทดลองแช่แข็งหินภูเขาไฟจากรัฐแอริโซนาที่มีโครงสร้างคล้ายฝุ่นดวงจันทร์แล้วสแกนด้วยรังสีเอกซ์, การสร้างแบบจำลองอุณหภูมิบริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์โดยมหาวิทยาลัยฮาวาย เพื่อหาพื้นที่หลุมอุกกาบาตที่หนาวเย็นพอจะเก็บรักษาน้ำแข็งไว้ได้นานหลายพันล้านปี และการจำลองด้วยคอมพิวเตอร์ที่มหาวิทยาลัยแมริแลนด์ เพื่อดูรูปแบบการเดินทางของคลื่นผ่านชั้นน้ำแข็งจำลอง ซึ่งผลลัพธ์จากทั้ง 3 ขั้นยืนยันตรงกันว่า น้ำแข็งใต้ดินจะสร้างสัญญาณสะเทือนที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวชัดเจน


ความก้าวหน้านี้กำลังจะถูกนำไปทดสอบจริงในอวกาศโดยภารกิจ Chang'e-7 ของจีน ซึ่งมีกำหนดลงจอดใกล้หลุมอุกกาบาต Shackleton ในช่วงปลายปี 2026 และจะทำการติดตั้งเครื่องวัดแผ่นดินไหวในพื้นที่ใกล้กับจุดที่คาดว่ามีน้ำแข็งสะสมอยู่ ขณะเดียวกัน โครงการ Artemis ของ NASA ที่ตั้งเป้าส่งมนุษย์ไปสำรวจขั้วใต้ของดวงจันทร์ในปี 2028 ก็มีแผนจะติดตั้งสถานีตรวจวัดสภาพแวดล้อมดวงจันทร์ หรือ LEMS (Lunar Environmental Monitoring Station) ซึ่งเป็นอุปกรณ์ตรวจวัดแผ่นดินไหวรุ่นใหม่ที่ทีมนักวิจัยชุดนี้มีส่วนร่วมพัฒนาด้วยเช่นกัน


หากเทคนิคนี้ประสบความสำเร็จ จะช่วยให้นักบินอวกาศสามารถค้นหาแหล่งน้ำดิบเพื่อนำมาอุปโภคบริโภคได้อย่างแม่นยำ อีกทั้งยังสามารถใช้ระบบไฟฟ้าแยกโมเลกุลน้ำเพื่อผลิตก๊าซออกซิเจนสำหรับหายใจ และไฮโดรเจนสำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิงจรวด ซึ่งช่วยลดภาระในการขนส่งเสบียงและเชื้อเพลิงน้ำหนักมหาศาลจากโลก นอกจากนี้ น้ำแข็งที่ถูกเก็บรักษาไว้ในอุณหภูมิเยือกแข็งมานานหลายพันล้านปีนี้ ยังเปรียบเสมือนแคปซูลกาลเวลา ที่อาจกุมความลับว่าน้ำและมหาสมุทรบนโลกใบแรกเริ่มของเรามีต้นกำเนิดและเดินทางมาอย่างไรอีกด้วย

 

โครงสร้างสามมิติของดินดวงจันทร์จำลองที่มีน้ำแข็งแทรกอยู่
ภาพนี้สร้างจากข้อมูลการสแกนด้วยเอกซเรย์แบบสามมิติ (X-ray tomography) ของวัสดุจำลองดินดวงจันทร์ JSC-1A
(A) ภาพความละเอียดสูงของตัวอย่างดินแห้งก่อนเติมน้ำ แสดงให้เห็นผลึกแร่ (สีสว่าง) กระจายอยู่ภายในเนื้อวัสดุคล้ายแก้ว (สีเข้ม)
(B) ภาพสามมิติของตัวอย่างที่เติมน้ำในปริมาณ 4% โดยน้ำหนัก แล้วทำให้กลายเป็นน้ำแข็ง แสดงการกระจายตัวของน้ำแข็งภายในดินจำลอง
(C) ภาพที่แสดงเฉพาะเม็ดดิน โดยลบน้ำแข็งออกจากภาพ เพื่อให้เห็นโครงสร้างของวัสดุ
(D) ภาพที่แสดงเฉพาะน้ำแข็ง โดยลบเม็ดดินออก ทำให้เห็นตำแหน่งของน้ำแข็งอย่างชัดเจน

ที่มาของภาพ https://www.science.org/cms/10.1126/sciadv.adz7220/asset/a9858dd6-a0a2-4236-92e5-1c91118b71c5/assets/images/large/sciadv.adz7220-f3.jpg

 

อ้างอิง

Harrison P. Lisabeth, Nicholas Schmerr, Matthew Siegler. The seismic signature of lunar ice. Science Advances, 2026; 12 (31) DOI: 10.1126/sciadv.adz7220
University of Maryland. (2026, August 3). Moonquakes could reveal hidden water beneath the lunar surface. ScienceDaily. Retrieved August 3, 2026 from www.sciencedaily.com/releases/2026/08/260802223420.htm

 

อัปเดตข่าวเด่นวิทยาศาสตร์ประจำวันได้ที่ เว็บไซต์ Curiosity - Science News Today

Created by
เรียบเรียงโดย ศักดิ์ชัย จวนงาม กองสื่อสารวิทยาศาสตร์ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ
52 Reads
Ribbon