พบวัตถุน้ำแข็งขนาดใหญ่พ้นดาวพลูโต ลุ้นเป็นดาวเคราะห์แคระดวงที่ 6
Publish date
03/11/2026
Image
1

หอดูดาว Vera C. Rubin ในชิลีค้นพบวัตถุพ้นดาวเนปจูน “2026 ED138” ซึ่งมีขนาดประมาณ 600–1,500 กิโลเมตร หากการศึกษาเพิ่มเติมยืนยันว่ามีคุณสมบัติตามเกณฑ์ของสหพันธ์ดาราศาสตร์สากล (IAU) ก็อาจได้รับการรับรองเป็นดาวเคราะห์แคระดวงที่ 6 ของระบบสุริยะ

 

นักดาราศาสตร์ประกาศการค้นพบ “2026 ED138” (ED138) วัตถุขนาดใหญ่และสว่างที่โคจรอยู่ไกลจากดวงอาทิตย์เกินวงโคจรของดาวพลูโต โดยข้อมูลเบื้องต้นชี้ว่าวัตถุนี้อาจเป็นดาวเคราะห์แคระ (dwarf planet) ถ้าหากยืนยันได้ ซึ่งจะทำให้ระบบสุริยะมีดาวเคราะห์แคระที่สหพันธ์ดาราศาสตร์สากล (International Astronomical Union: IAU) รับรองเพิ่มจาก 5 ดวงเป็น 6 ดวง และ ED138 จะเป็นหนึ่งในวัตถุขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบในย่านนี้ของระบบสุริยะ

 

ศูนย์ดาวเคราะห์น้อย (Minor Planet Center: MPC) ของ IAU ประกาศการค้นพบนี้อย่างเป็นทางการผ่านเว็บไซต์ Minor Planet Electronic Circular เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 2026 และในวันเดียวกัน Mario Jurić หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ด้านระบบสุริยะของหอดูดาว Vera Rubin จากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน และ Matthew Holman จากศูนย์ฟิสิกส์ดาราศาสตร์ฮาร์วาร์ดและสมิธโซเนียน (Center for Astrophysics | Harvard & Smithsonian: CfA) ได้นำเสนอผลการศึกษาในงานประชุมประจำปีครั้งที่ 58 ของแผนกวิทยาศาสตร์ดาวเคราะห์ (Division for Planetary Sciences: DPS) ที่เมืองสโปแคน สหรัฐอเมริกา 

 

การค้นพบเริ่มขึ้นในช่วงค่ำวันที่ 13 ต.ค. ที่ผ่านมา ในขณะที่ Holman กำลังประมวลผลข้อมูลที่หอดูดาว Vera Rubin เก็บไว้ช่วงต้นปี ผ่านโปรแกรมค้นหาที่เทียบจุดแสงของวัตถุที่เคลื่อนที่นับพันล้านจุด เพื่อหาว่าจุดไหนเป็นวัตถุชิ้นเดียวกัน และตรวจพบ ED138 ซึ่งมีความสว่างและระยะทางที่บ่งบอกได้ว่ามันใหญ่ผิดปกติ Holman กล่าวว่า "ปฏิกิริยาแรกของผมคือตื่นเต้นจนไม่อยากเชื่อ...วัตถุแบบนี้หายากมาก ผมเลยรีบตรวจทันทีว่าตัวผมเองหรือโปรแกรมทำอะไรผิดพลาดหรือเปล่า"

 

ทีมจึงค้นข้อมูลย้อนหลังเพื่อตัดข้อสงสัย Jurić พบภาพ ED138 เพิ่มอีก 20 ครั้งในคลังข้อมูลของหอดูดาว Vera Rubin เมื่อรวมทั้งหมดแล้ว กล้องโทรทรรศน์สำรวจ Simonyi บันทึกภาพ ED138 ไว้ 30 ครั้งใน 20 คืน ระหว่างวันที่ 4 มี.ค. ถึง 11 ก.ค. 2026 นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังค้นพบภาพย้อนหลังจากกล้อง Dark Energy Camera (DECam) ซึ่งติดตั้งบนกล้องโทรทรรศน์ Victor M. Blanco ขนาด 4 เมตร ที่หอดูดาว Cerro Tololo ในชิลี โดยมีข้อมูลย้อนหลังไปถึงปี 2016 ทำให้สามารถติดตามวงโคจรของ ED138 ได้ยาวนานกว่า 10 ปี
 

ภาพชุดที่แสดงวัตถุซึ่งอาจเป็นดาวเคราะห์แคระดวงใหม่ที่เพิ่งค้นพบ มีชื่อว่า “2026 ED138” ที่บันทึกไว้ได้โดยหอดูดาว Vera C. Rubin ในช่วงวันเวลาต่าง ๆ ตลอดปี. 2026 (เครดิตภาพ: NSF–DOE Vera C. Rubin Observatory/NOIRLab/SLAC/AURA)

 

ED138 อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ประมาณ 46 หน่วยดาราศาสตร์ (astronomical unit: au) ณ ตำแหน่งที่ตรวจพบ โดย 1 au คือระยะเฉลี่ยระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ ประมาณ 150 ล้านกิโลเมตร ส่วนดาวพลูโตอยู่ห่างโดยเฉลี่ยราว 40 au ด้วยระยะนี้ ED138 จึงจัดเป็นวัตถุพ้นดาวเนปจูน (trans-Neptunian object: TNO) และวงโคจรของมันเอียงเกือบ 25 องศาจากระนาบของระบบสุริยะ ทีมวิจัยจึงจัดให้เป็นวัตถุพ้นเนปจูนกลุ่มคลาสสิกแบบร้อน (hot-classical TNO) ซึ่งบ่งชี้ว่ามันอาจเคยถูกแรงโน้มถ่วงของดาวเนปจูนดึงออกจากวงโคจรเดิม

 

วงโคจรของ ED138 เอียงเกือบ 25 องศาจากระนาบของระบบสุริยะ ทำให้หลบซ่อนจากกล้องโทรทรรศน์ได้นาน ตำแหน่งปัจจุบันของ ED138 อยู่ใกล้ระนาบของทางช้างเผือก ซึ่งเต็มไปด้วยดาวฤกษ์นับล้านดวงที่กล้องทั่วไปแยกไม่ออก แต่หอดูดาว Vera Rubin ถ่ายภาพท้องฟ้าซีกใต้ทั้งหมดซ้ำอย่างสม่ำเสมอ และใช้อัลกอริทึมแยกจุดแสงที่ขยับออกจากจุดที่อยู่นิ่ง จึงพบ ED138 ได้
 

แบบจำลองระบบสุริยะที่แสดงเส้นทางการโคจรของ ED138 (เครดิต: NSF–DOE Vera C. Rubin Observatory/NOIRLab/SLAC/AURA/R. Proctor)

 

อย่างไรก็ตาม ED138 ยังไม่ใช่ดาวเคราะห์แคระอย่างเป็นทางการ ตามนิยามของ IAU ดาวเคราะห์แคระต้องเป็นวัตถุที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ มีมวลมากพอให้แรงโน้มถ่วงของตัวเองทำให้มีรูปร่างเป็นทรงกลม แต่ยังไม่สามารถกวาดวัตถุอื่นออกจากบริเวณวงโคจรของตนได้ และไม่ใช่บริวารของวัตถุอื่น ทีมวิจัยประเมินขนาดจากระยะทาง ความสว่าง และค่าการสะท้อนแสงของพื้นผิว (albedo) ได้ช่วงกว้างระหว่าง 600 ถึง 1,500 กิโลเมตร นักวิจัยจึงต้องอาศัยการสังเกตการณ์เพิ่มเติม โดยเฉพาะในช่วงคลื่นอินฟราเรด เพื่อประเมินขนาดและคุณสมบัติของวัตถุให้แม่นยำขึ้น ก่อนพิจารณาว่ามีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเป็นดาวเคราะห์แคระหรือไม่
 

ปัจจุบัน IAU รับรองดาวเคราะห์แคระ 5 ดวง ได้แก่ ซีรีส พลูโต อีริส เฮาเมอา และมาคีมาคี อย่างไรก็ตาม นักดาราศาสตร์ยังมีการศึกษาวัตถุอื่น ๆ เช่น ควาออร์ เซดนา ออร์คัส และกงกง ซึ่งอาจมีคุณสมบัติเข้าข่ายดาวเคราะห์แคระ แต่ยังไม่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ จำนวนดาวเคราะห์แคระที่เป็นไปได้จึงอาจเพิ่มขึ้นในอนาคต

 

การค้นพบนี้เกิดขึ้นในช่วงแรกของโครงการสำรวจชื่อ Legacy Survey of Space and Time (LSST) ที่จะบันทึกภาพท้องฟ้าและอวกาศทุกคืน ซึ่งเริ่มในเดือน มิ.ย. 2026 และจะดำเนินต่อไปอีก 10 ปี ก่อนหน้านี้ในเดือน เม.ย. ทีมระบบสุริยะของหอดูดาว Vera Rubin ส่งข้อมูลดาวเคราะห์น้อยใหม่กว่า 11,000 ดวงให้ MPC ซึ่งรวม TNO ใหม่ราว 380 ดวง Holman กล่าวว่า "วัตถุอื่นที่ซ่อนอยู่ในบริเวณที่การสำรวจก่อนหน้ามองข้ามไป ตอนนี้ก็อยู่ในระยะที่เราเอื้อมถึงแล้ว" หลังจากนี้ นักดาราศาสตร์ทั่วโลกสามารถวางแผนสังเกต ED138 เพิ่มเติมได้ และคนทั่วไปก็ดูเส้นทางโคจรแบบ 3 มิติได้ผ่าน Orbitviewer https://orbitviewer.app/en/solar-items/2026-ed138/
 

อ้างอิง

Live Science, Bright object beyond Pluto may be the solar system’s sixth dwarf planet. https://www.livescience.com/space/planets/bright-object-beyond-pluto-ma…

NSF NOIRLab / NSF–DOE Vera C. Rubin Observatory, https://noirlab.edu/public/news/noirlab2626/

 

อัปเดตข่าวเด่นวิทยาศาสตร์ประจำวันได้ที่ เว็บไซต์ Curiosity - Science News Today

Created by
เรียบเรียงโดย แก้วนภา ชวาร์ซ กองสื่อสารวิทยาศาสตร์ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ
13 Reads
Ribbon