“สายรัดข้อมือซิลิโคน” เครื่องมือใหม่ตรวจร่องรอยสารเคมีรอบตัวมนุษย์
Science News Categories
Publish date
11/03/2026
Image

นวัตกรรม “สายรัดข้อมือซิลิโคน” นักวิทยาศาสตร์เผยการตรวจสารพิษสะสม ดักจับสารเคมีจากพฤติกรรมมนุษย์ในชีวิตประจำวัน

 

นักวิทยาศาสตร์เผยแนวทางการเฝ้าระวังภัยเงียบทางสิ่งแวดล้อมรูปแบบใหม่ โดยเปลี่ยนจากการตรวจวัดแบบเดิมที่รุกรานร่างกาย เช่น การเจาะเลือด หรือการเก็บตัวอย่างน้ำและดิน ซึ่งบอกผลได้เพียงชั่วขณะเดียว มาเป็นการใช้เครื่องมือสวมใส่ที่ทำงานตลอดเวลา เพื่อติดตามการสะสมของสารเคมีอันตรายที่มนุษย์สัมผัสจริงผ่านการใช้ชีวิตในแต่ละวัน


จุดเริ่มต้นของนวัตกรรมนี้มาจากข้อสังเกตที่น่าสนใจในงานวิจัยด้านเคมีสิ่งแวดล้อม เมื่อนักวิจัยพบความผิดปกติที่ไม่สมเหตุสมผลในชุมชนเกษตรกรรม โดยพบว่า แม้ผู้คนหรือสัตว์ป่าจะอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมเดียวกัน มีค่าการปนเปื้อนในดินและน้ำที่วัดได้เท่ากัน แต่ระดับสารเคมีที่ตรวจพบในร่างกายกลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ข้อเท็จจริงนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า สภาพแวดล้อมโดยรวมอาจไม่ใช่ปัจจัยเดียว แต่ยังรวมถึงพฤติกรรมเฉพาะบุคคล เช่น การใช้เวลาในร่มหรือกลางแจ้ง การสัมผัสพื้นผิวที่ผ่านการเคลือบสารเคมี และการมีปฏิสัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภคที่แตกต่างกัน ซึ่งวิธีการตรวจแบบเดิมไม่สามารถบันทึกรายละเอียดเหล่านี้ได้ หัวใจสำคัญของเทคโนโลยีนี้คือ "สายรัดข้อมือซิลิโคน" ที่ทำจากพอลิเมอร์ชนิดพิเศษ โพลีไดเมทิลไซลอกเซน (PDMS) ซึ่งมีกลไกการทำงานระดับโมเลกุลทำหน้าที่เป็นเหมือนฟองน้ำซับสารเคมี โครงสร้างตาข่ายของมันช่วยให้สารประกอบอินทรีย์จากอากาศ ฝุ่น และพื้นผิวที่สัมผัส สามารถแพร่กระจายและกักเก็บไว้ภายในเนื้อวัสดุได้เองโดยไม่ต้องใช้พลังงาน ช่วยให้นักวิจัยสามารถวิเคราะห์ประวัติการรับสารพิษย้อนหลังได้นานหลายสัปดาห์ แทนที่จะเห็นเพียงภาพนิ่ง ของระดับสารเคมีในเวลาใดเวลาหนึ่ง


หนึ่งในเป้าหมายหลักคือการติดตามสาร PFAS (Forever Chemicals) สารเคมีที่คงอยู่ตลอดไปซึ่งมีพันธะคาร์บอน-ฟลูออรีนที่แข็งแกร่งที่สุด จนไม่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ สารเหล่านี้แฝงตัวอยู่ในผลิตภัณฑ์กันน้ำ บรรจุภัณฑ์อาหาร และน้ำอุปโภคบริโภค เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะเข้าไปสะสมในตับและไต รบกวนระบบฮอร์โมน และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง นวัตกรรมนี้จึงเข้ามาช่วยลดอุปสรรคในการวิจัยกับกลุ่มเป้าหมาย เช่น เด็กหญิงในชุมชนเกษตรกรรมหรือนักดับเพลิง ที่ไม่ต้องเผชิญความเจ็บปวดจากการเจาะเลือดซ้ำๆ รวมถึงใช้ศึกษาในสัตว์ป่าเพื่อลดความเครียดจากการถูกจับตรวจ

 

แม้ปัจจุบันเทคโนโลยีนี้จะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและมีปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมเป็นตัวแปรสำคัญ แต่นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับการเฝ้าระวังสุขภาพเชิงรุก ช่วยให้เราเข้าใจเส้นทางของการปนเปื้อนสารพิษที่เกิดจากพฤติกรรมประจำวัน และวางรากฐานการป้องกันภัยเงียบเพื่อสุขอนามัยที่ดีขึ้นของประชากรและระบบนิเวศอย่างยั่งยืนในอนาคต

 

อ้างอิง

https://phys.org/news/2026-03-silicone-wristbands-scientists-track-people.html

Tracking toxic chemical exposure in Uganda: Insights from silicone wristbands. (n.d.). 
https://www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S001393512500773X?via%3Dihub
 

Created by
เรียบเรียงโดย ธนพล เพ็ชรเย็น กองสื่อสารวิทยาศาสตร์ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ
61 Reads
Ribbon