หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์วิ่งเข้าเส้นชัยทำลายสถิติโลก
Science News Categories
Publish date
21/04/2026
Image
หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์วิ่งเข้าเส้นชัยทำลายสถิติโลก

ปักกิ่งฮาล์ฟมาราธอนฮือฮา! เมื่อกองทัพหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ลงสนามแข่งกับมนุษย์ ก่อนจะวิ่งเข้าเส้นชัยไปได้อย่างสบายๆ และทำลายสถิติโลกที่มนุษย์เคยทำไว้

 

การแข่งขันวิ่งปักกิ่งฮาล์ฟมาราธอนระยะทาง 21.1 กิโลเมตร ในวันที่ 12 เมษายน 2569 ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ โดยมีหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ชื่อ "ไลท์นิง" (Lightning) ที่พัฒนาโดย "ออเนอร์" (Honor) บริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนชื่อดังของจีน ที่สามารถวิ่งนำทางด้วยตัวเองและเข้าเส้นชัยเป็นอันดับหนึ่งด้วยเวลาเพียง 50 นาที 26 วินาที ซึ่งสถิติดังกล่าวเร็วกว่าสถิติโลกฮาล์ฟมาราธอนของมนุษย์ ที่ จาค็อบ คิปลิโม นักวิ่งชาวยูกันดา เพิ่งทำไว้ที่ 57 นาที 20 วินาที เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา


ในการแข่งขันครั้งนี้ หุ่นยนต์จากบริษัทออเนอร์ชนะรางวัลไปได้ทั้ง 3 อันดับ โดยทุกตัวใช้ระบบนำทางด้วยตัวเองและทำเวลาได้ดีกว่าสถิติโลก ทางด้าน ตู้ เสี่ยวตี้ วิศวกรของทีมเปิดเผยว่า หุ่นยนต์ไลท์นิงใช้เวลาในการพัฒนา 1 ปี โดยออกแบบความยาวขาให้มีความยาว 90-95 เซนติเมตร เพื่อจำลองสรีระของนักวิ่งระดับแนวหน้า และมีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีระบายความร้อนด้วยของเหลวแบบเดียวกับในสมาร์ทโฟน พร้อมย้ำว่าความสำเร็จนี้จะเปิดทางไปสู่การต่อยอดเทคโนโลยีด้านความทนทานและระบบระบายความร้อน เพื่อนำไปใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรมต่อไป


พัฒนาการของหุ่นยนต์ในปีนี้ถือเป็นการก้าวกระโดดครั้งสำคัญ เนื่องจากในการแข่งขันเมื่อปีที่แล้ว หุ่นยนต์ผู้ชนะทำเวลาไปถึง 2 ชั่วโมง 40 นาที 42 วินาที ซึ่งช้ากว่ามนุษย์ถึงสองเท่า และหุ่นยนต์ส่วนใหญ่ยังวิ่งไม่จบการแข่งขัน แต่ในปีนี้ หุ่นยนต์หลายตัวสามารถทำความเร็วได้เหนือกว่านักกีฬามืออาชีพ โดยทางผู้จัดงานได้วางระบบให้หุ่นยนต์และนักวิ่งมนุษย์กว่า 12,000 คน วิ่งในเส้นทางคู่ขนานกันเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ


อย่างไรก็ตาม แม้หุ่นยนต์จะทำผลงานได้ดีกว่ามนุษย์ แต่เทคโนโลยีนี้ก็ยังไม่ได้สมบูรณ์แบบ เนื่องจากมีรายงานว่าในการแข่งขันครั้งนี้ ยังมีหุ่นยนต์ที่สะดุดล้มตั้งแต่จุดสตาร์ท และมีอีกตัวที่วิ่งเสียหลักไปชนแผงกั้นข้างสนามด้วยเช่นกัน


อ้างอิง
https://www.theguardian.com/sport/2026/apr/19/humanoid-robots-race-beijing-half-marathon
 

Created by
เรียบเรียงโดย นายปิโยรส เปรมเสถียร กองสื่อสารวิทยาศาสตร์ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ
11 Reads
Ribbon