Submitted by jakritip.i on 14 September 2026
ยางกราด
Science Category
Image

ต้นยางกราด มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Dipterocarpus intricatus Dyer เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบวงศ์ยาง(Dipterocarpaceae) ชื่อสกุล Dipterocarpus มีรากศัพท์มาจากภาษากรีก คำว่า "dipteros" แปลว่า มีสองปีก และ "karpos" แปลว่า ผล ชื่อสกุลสื่อถึงลักษณะเด่นของผลที่มีปีกยาวสองปีก

 

ส่วนคำระบุชนิด intricatus มาจากภาษาละติน หมายถึง "ยุ่งเหยิง" หรือ "สลับซับซ้อน" พันกัน มาจากลักษณะของผลที่มีกลีบเลี้ยงพัฒนาเป็นครีบพับจีบหุ้ม พับไปพับมาขยุกขยิกสลับซับซ้อนเรียงซ้อนกันเป็นเกล็ดหุ้มผล

 

พรรณไม้ชนิดนี้มีการปรับตัวให้ดำรงชีวิตทนทานความแห้งแล้งและไฟป่า ซึ่งมีเปลือกที่หนา ทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อน ปกป้องเนื้อเยื่อภายในจากไฟผิวดิน ในช่วงฤดูแล้งจะผลัดและผลิดอกสีขาวอมชมพูสวยงาม

 

ยางกราดกระจายพันธุ์ในเขตภูมิภาคอินโดจีน โดยมีการกระจายพันธุ์ตามธรรมชาติพบขึ้นเป็นกลุ่มไม้เด่นในป่าเต็งรัง

 

สามารถปรับตัวได้ดีในสภาพแวดล้อมที่แห้งแล้งสลับกับฤดูฝนอย่างชัดเจน มีระบบรากที่พึ่งพาอาศัยร่วมกับเชื้อราเอคโตไมคอร์ไรซา (Ectomycorrhizal fungi) เช่น เห็ดเผาะ เห็ดระโงก ฯลฯ การพึ่งพากันนี้เป็นสิ่งที่ไม่สามารถขาดกันได้สำหรับการตั้งตัวของต้นกล้าและอัตราการรอดชีวิตของต้นไม้

 

ลักษณะทั่วไป : เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ มีความสูงได้ถึง 30 เมตร ลำต้นเปลาตรง เปลือกต้นหนา แตกเป็นร่องลึกตามยาว สีน้ำตาลปนเทา เรือนยอดเป็นพุ่มกลมทึบ กิ่งอ่อนและตายอดมีขนรูปดาวสีน้ำตาลอ่อนปกคลุม

 

ใบ : ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงสลับ แผ่นใบมีรูปร่างรูปไข่ถึงรูปไข่แกมขอบขนาน ปลายใบมนกว้าง โคนใบเว้าเป็นรูปหัวใจ ขอบใบเรียบ แผ่นใบค่อนข้างหนา ผิวด้านบนมีขนหยาบสาก มีหูใบสีแดงสด ท้องใบและก้านใบมีขนรูปดาวปกคลุมหนาแน่น

 

ดอก : ออกเป็นช่อกระจะบริเวณซอกใบใกล้ปลายกิ่ง ดอกมีขนาดค่อนข้างใหญ่ เป็นดอกสมบูรณ์เพศ กลีบดอกมี 5 กลีบ สีขาวถึงครีม แซมด้วยแถบสีแดงอมชมพูหรือส้มอ่อนพาดตามยาว และมีขนสั้นปกคลุมด้านนอก ดอกมักจะบานพร้อมกันในช่วงฤดูแล้ง

 

ผล : เป็นผลแห้งไม่แตกแบบเปลือกแข็งเมล็ดเดียว รูปทรงเกือบกลม หุ้มด้วยหลอดกลีบเลี้ยงที่มีปีก ลักษณะหยิกงอจีบพับไปมา เมื่อผลแก่กลีบเลี้ยงจะขยายและเจริญไปเป็นปีกยาว 2 ปีก มีเส้นใบสานเป็นร่างแหชัดเจน และมีปีกสั้นม้วนพับกลับอีก 3 ปีก

 

การกระจายพันธุ์ : พบกระจายในป่าผลัดใบของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริเวณประเทศไทย กัมพูชา ลาว และเวียดนามตอนใต้ พบได้ทั่วไปตามป่าเต็งรัง ป่าทุ่งหญ้า ตั้งแต่ที่บริเวณชายหาด พื้นที่ราบลุ่มจนถึงภูเขาที่ระดับความสูง 800 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง เจริญเติบโตในพื้นที่ดินร่วนปนทรายและดินลูกรังที่ระบายน้ำได้ดี

 

การใช้ประโยชน์ : ไม้เนื้อแข็งปานกลาง นิยมนำมาใช้ในงานก่อสร้างทั่วไป ทำเครื่องเรือน โครงสร้างหลังคา ไม้ฝา และเครื่องมือทางการเกษตร น้ำมันยาง (Oleo-resin) ที่ได้จากการเจาะลำต้นสามารถนำมาใช้ทำไต้จุดไฟ น้ำยาเคลือบเงาไม้ และยาแนวเรือ เป็นสมุนไพรพื้นบ้านโดยเปลือกต้นนำมาต้มบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ น้ำมันยางใช้ทาสมานแผล ผลที่มีปีกสีแดงสดที่ตากแห้งแล้ว จำหน่ายเป็นวัสดุประดับทำบุหงาแห้ง


 

Reference:

Department of National Parks, Wildlife and Plant Conservation. (2017). Flora of Thailand: Dipterocarpaceae. botany.dnp.go.th

 

https://botany.dnp.go.th/eflora/floraspecies.html...  

 

Author
Nat. ปุ้น - วิสูจน์
Upload_file
1 Reads
Ribbon