เอาล่ะ...บทความนี้ Nat. เติ้ลจะพาผู้อ่านมาทำความรู้จักกับสัตว์อีกตัวที่ชื่อมันโกหกเราตั้งแต่คำแรก นั่นคือ "พญากระรอกบิน" แม้ชื่อขึ้นต้นของมันจะฟังดูยิ่งใหญ่อย่างกับเจ้าป่าที่มีปีกบิน พึบผับ พึบผับ อยู่บนท้องฟ้า แต่ความจริงแล้วเจ้านี่ไม่เคยบินสูงกว่าจุดที่มันกระโดดพ้นกิ่งไม้เลยสักครั้ง
มันไม่มีปีกสักติ่งเดียว สิ่งที่มันทำได้จริง ๆ คือการ "ร่อน" ดิ่งลงจากที่สูงเท่านั้น โดยอาศัยแผ่นหนังยืดหยุ่นขึงระหว่างขาหน้ากับขาหลังทำหน้าที่แทนเครื่องร่อน แล้วใช้หางพวงยาวแทนหางเสือบังคับทิศทาง ก่อนแลนดิ้งเกาะติดลำต้นถัดไปได้อย่างแม่นยำ ระยะร่อนไกลสุดในเที่ยวเดียวอาจถึงร้อยเมตร หรือเทียบได้กับรถเมล์ปรับอากาศจอดต่อกันราว 8 คัน ในเวลาไม่กี่วินาที
ในเมืองไทยมีพญากระรอกบินอยู่ 4 ชนิด ซึ่งจัดว่าเป็นกระรอกบินไซซ์ยักษ์ ตัวใหญ่กว่ากระรอกบินชนิดอื่น ๆ ได้แก่ พญากระรอกบินหูแดง (𝘗𝘦𝘵𝘢𝘶𝘳𝘪𝘴𝘵𝘢 𝘱𝘦𝘵𝘢𝘶𝘳𝘪𝘴𝘵𝘢) พญากระรอกบินหูดำหางสีเข้ม (𝘗𝘦𝘵𝘢𝘶𝘳𝘪𝘴𝘵𝘢 𝘱𝘩𝘪𝘭𝘪𝘱𝘱𝘦𝘯𝘴𝘪𝘴) พญากระรอกบินหูขาว (𝘗𝘦𝘵𝘢𝘶𝘳𝘪𝘴𝘵𝘢 𝘢𝘭𝘣𝘰𝘳𝘶𝘧𝘶𝘴) และพญากระรอกบินหูดำ (𝘈𝘦𝘳𝘰𝘮𝘺𝘴 𝘵𝘦𝘱𝘩𝘳𝘰𝘮𝘦𝘭𝘢𝘴) พวกมันกระจายอยู่ทั่วทุกภาคตั้งแต่ป่าเหนือยันป่าใต้ ที่เล่ารวมกันเป็นกลุ่มก็เพราะทั้งสี่ชนิดมีวิถีชีวิตคล้ายกันมาก ทั้งขนาดตัว หากินกลางคืนเหมือนกัน และมีบทบาทในป่าคล้ายกันจนแยกเล่าแล้วคงจะซ้ำกัน
หากถามจริง ๆ ว่าเคยมีใครเห็นตัวเป็น ๆ กันบ้าง เชื่อว่าน้อยมาก ทั้งที่ไม่ได้หายากขนาดนั้น เหตุผลง่าย ๆ คือมันออกจากโพรงก็ต่อเมื่อพระอาทิตย์ลับฟ้าแล้ว และใช้ชีวิตอยู่บนเรือนยอดสูงลิบที่เราไม่ค่อยแหงนมอง
แล้วอยู่บนยอดไม้แบบนี้ มันกินอะไรเป็นอาหาร? เมนูโปรดของมันคือใบไม้ ยอดอ่อน เปลือกไม้ และผลไทร ซึ่งออกผลแทบตลอดทั้งปีจนกลายเป็นบุฟเฟต์ถาวรของสัตว์กินผลไม้ทุกชนิดในป่า มีการศึกษาในป่าเขตร้อนของอินเดียพบว่าผลไทรอาจกินสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของมื้ออาหารที่พวกมันกินในแต่ละคืน และเช่นเดียวกับผู้บริโภคทุกตัว เมล็ดไทรบางส่วนก็ติดไปกับมันแล้วถูกทิ้งไว้ตามจุดที่แวะพัก เป็นการช่วยกระจายต้นไทรรุ่นใหม่ไปทั่วป่าโดยที่มันเองก็ไม่รู้ตัว
ความสำคัญของงานนี้เห็นผลชัดจากอุทยานแห่งชาติแลมเบียร์ฮิลส์ ในมาเลเซีย ที่เคยมีสัตว์กินผลไม้ตัวใหญ่อยู่หลายชนิด ทั้งพญากระรอกบิน นกเงือก และชะนี แต่เมื่อถูกล่าจนหายไปทีละชนิด เมล็ดพืชจำนวนมากก็ร่วงกองอยู่ใต้ต้นแม่โดยไม่มีใครพาไปงอกที่ไหนอีก ป่าจึงค่อย ๆ สูญเสียความสามารถในการฟื้นตัวของตัวเองไปทีละนิด สัตว์ตัวเล็ก ๆ ที่ดูเหมือนแค่มาขอกินฟรีตอนกลางคืน จึงเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้ป่าทั้งผืนคงอยู่ต่อไปได้
References:
Nandini, R., & Parthasarathy, N. (2008). Food habits of the Indian giant flying squirrel (𝘗𝘦𝘵𝘢𝘶𝘳𝘪𝘴𝘵𝘢 𝘱𝘩𝘪𝘭𝘪𝘱𝘱𝘦𝘯𝘴𝘪𝘴) in a rain forest fragment, Western Ghats. Journal of Mammalogy, 89(6), 1550–1556. https://doi.org/10.1644/08-MAMM-A-063.1
Hance, J. (2013, February 28). An insidious threat to tropical forests: Over-hunting endangers tree species in Asia and Africa. Mongabay.
https://news.mongabay.com/.../an-insidious-threat-to.../
Ringgenberg, B. (2004). Petaurista philippensis. Animal Diversity Web. Retrieved August 27, 2026, from https://animaldiversity.org/acco.../Petaurista_philippensis/
Petaurista petaurista. (n.d.). Animal Diversity Web. Retrieved August 27, 2026, from https://animaldiversity.org/accounts/Petaurista_petaurista/
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. (n.d.). ระบบคลังข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย (TH-BIF). สืบค้นเมื่อ 27 สิงหาคม 2569, จาก https://thbif.onep.go.th
