นักวิจัยไต้หวันร่วมกับนักวิทยาศาสตร์พลเมืองใช้เทคโนโลยี LiDAR ค้นพบต้นสนไต้หวัน (Taiwania) สูง 84.1 เมตร ครองแชมป์ต้นไม้สูงที่สุดในเอเชียตะวันออก เผยผืนป่าโบราณกักเก็บคาร์บอนหนาแน่นที่สุดในโลก แต่กำลังเผชิญภัยคุกคามจากโลกร้อนและการลักลอบตัดไม้
ภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูงชันและเข้าถึงได้ยากของไต้หวัน ทำให้ผืนป่าดึกดำบรรพ์จำนวนมากรอดพ้นจากการทำไม้ทางอุตสาหกรรมในอดีต และกลายเป็นแหล่งหลบภัยทางธรรมชาติที่เอื้อให้ต้นไม้ขนาดมหึมาเติบโตมาได้นานหลายร้อยปี
ตั้งแต่ปี 2014 คณะทำงานที่เรียกตัวเองว่า Taiwan Tree Seekers ได้ออกสำรวจต้นไม้ยักษ์ทั่วเกาะ โดยผสานความเชี่ยวชาญร่วมกันของนักปีนต้นไม้ นักนิเวศวิทยา นักธรณีวิทยา และผู้เชี่ยวชาญด้านการสำรวจระยะไกล ทว่าการเดินเท้าสำรวจในป่าดิบชื้นที่เรือนยอดไม้หนาทึบและซับซ้อนนั้นมีข้อจำกัดอย่างมาก เพราะการมองเห็นจากพื้นดินมักคลาดเคลื่อนและหลอกตา จุดเปลี่ยนสำคัญจึงเกิดขึ้นเมื่อทีมงานนำเทคโนโลยี LiDAR (Light Detection and Ranging) มาใช้สร้างแผนที่สามมิติของผืนป่า โดยการยิงลำแสงเลเซอร์จากเครื่องบินเพื่อวัดความสูงของต้นไม้แต่ละต้น ช่วยให้พวกเขาสามารถค้นหาต้นไม้ขนาดใหญ่ในพื้นที่ภูเขาซับซ้อนที่มีต้นไม้อยู่หนาแน่นราว 950 ล้านต้น ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตาม สภาพพื้นที่ลาดชันและหน้าผาอันสูงชันมักหลอกระบบวิเคราะห์ของคอมพิวเตอร์ ส่งผลให้อัลกอริทึมประเมินความสูงผิดพลาดสูงถึง 93% ทีมวิจัยจึงได้แก้ปัญหาด้วยการเปิดโครงการวิทยาศาสตร์พลเมือง (Citizen Science) ให้ crowdsourced อาสาสมัครกว่า 300 คนจากทั่วไต้หวันเข้ามาร่วมตรวจสอบภาพโปรไฟล์ LiDAR ด้วยสายตา จนสามารถคัดกรองข้อมูลคลาดเคลื่อนนับหมื่นรายการ และสร้าง แผนที่ต้นไม้ยักษ์ของไต้หวัน ที่บันทึกต้นไม้สูงกว่า 65 เมตรได้ถึง 941 ต้นสำเร็จ
จนกระทั่งในปี 2023 แผนที่ฉบับนี้ได้นำทางทีมสำรวจบุกป่าฝ่าดงลุยน้ำข้าม river ปีนเขาเป็นเวลาหลายวัน เพื่อไปพบกับต้นสนไต้หวัน (Taiwania cryptomerioides) ยักษ์ ที่มีชื่อเรียกว่า "ดาบสวรรค์แห่งแม่น้ำต้าอาน" (The Heaven Sword of the Da'an River) โดยนักปีนต้นไม้ได้ปีนขึ้นไปสู่ยอดสูงสุดแล้วหย่อนสายวัดลงมาถึงพื้นดิน ยืนยันความสูงได้ที่ 84.1 เมตร ส่งผลให้มันได้รับการบันทึกเป็นต้นไม้ที่สูงที่สุดในไต้หวันและภูมิภาคเอเชียตะวันออกอย่างเป็นทางการ ซึ่งชาวรูไค (Rukai) ชนพื้นเมืองในพื้นที่ เรียกขานต้นไม้ยักษ์ตระกูลนี้อย่างงดงามว่า ต้นไม้ที่แตะดวงจันทร์
นอกจากต้นไม้เดี่ยวที่สูงทำลายสถิติแล้ว แผนที่ LiDAR ยังนำทางไปสู่การค้นพบผืนป่าโบราณหนาแน่นที่นักวิจัยขนานนามว่า วิหารแห่งต้นไม้ยักษ์ (Temples of Giants) โดยในป่าบริเวณเทือกเขาเบนยา (Benyeshan) พบพื้นที่เพียง 1 เฮกตาร์ (ประมาณ 6 ไร่) ที่มีต้นไม้สูงเกิน 65 เมตรยืนต้นรวมกันถึง 11 ต้น และอีกจุดหนึ่งใกล้กับทะเลสาบผีหลวง (Great Ghost Lake) ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของชนพื้นเมือง ที่พบกลุ่มต้นสนไต้หวันยักษ์เติบโตอยู่ร่วมกันในลักษณะป่าบริสุทธิ์ถึงเกือบ 30 ต้น
ข้อมูลล่าสุดในปี 2024 จากการศึกษาร่วมกับอาสาสมัครในหุบเขา Tao Tree ซึ่งเป็นที่ตั้งของต้นไม้สูงอันดับ 3 ของเกาะ พบว่า ผืนป่าเหล่านี้เป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนที่ทรงพลังที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยมีความหนาแน่นของคาร์บอนสะสมในเนื้อไม้สูงถึง 1,384.5 เมกะกรัมต่อเฮกตาร์ (หรือคิดง่าย ๆ คือกักเก็บคาร์บอนได้สูงถึง 1,384.5 ตันต่อพื้นที่ 1 เฮกตาร์ โดยยังไม่ได้คำนวณรวมระบบรากใต้ดินมหาศาล) ซึ่งหนาแน่นเทียบเท่าป่าดึกดำบรรพ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของโลก
ทว่าแม้ป่าต้นไม้ยักษ์ร้อยละ 95 จะอยู่ในเขตคุ้มครองตามกฎหมาย แต่การสำรวจภาคสนามกลับพบว่าป่าโบราณเหล่านี้กำลังถูกคุกคามอย่างเงียบ ๆ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้ฐานเมฆลอยสูงขึ้น ส่งผลให้ความถี่ของหมอกที่คอยโอบอุ้มป่าเมฆลดลง ซึ่งเป็นอันตรายโดยตรงต่อยักษ์ใหญ่ที่ต้องพึ่งพาการดูดซับน้ำจากสายหมอกทางใบ ไม่รวมถึงพายุไต้ฝุ่นที่ทวีความรุนแรงขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น นักวิจัยยังตรวจพบร่องรอยการลักลอบตัดไม้อย่างผิดกฎหมายในพื้นที่ป่าลึกห่างไกลอีกด้วยการค้นพบครั้งนี้ไม่เพียงแต่เผยให้เห็นโลกที่สาบสูญกลางภูเขาสูงของไต้หวัน แต่ยังพิสูจน์ให้เห็นว่าความร่วมมือระหว่างเทคโนโลยี LiDAR ขั้นสูงและการมีส่วนร่วมของประชาชน (Citizen Science) สามารถปลดล็อกการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ได้ และยังส่งเสียงเตือนอย่างดังว่า เราจำเป็นต้องปกป้องป่าดึกดำบรรพ์เหล่านี้อย่างจริงจังในฐานะแหล่งกักเก็บคาร์บอนตามธรรมชาติที่สำคัญยิ่งต่อการพยุงสภาพภูมิอากาศของโลกเราไว้
การกระจายตัวของต้นไม้ยักษ์ 941 ต้น (สูงมากกว่า 65 เมตร) ที่ได้รับการยืนยันทั่วทั้งเกาะไต้หวัน
(A) แผนที่ภาพรวมแสดงตำแหน่งของต้นไม้ยักษ์ที่ค้นพบในปี 2019 (สีน้ำเงิน), 2020 (สีฟ้า) และ 2022 (สีชมพูอมม่วง)
(B) และ (C) เป็นภาพขยายที่แสดงพื้นที่ซึ่งมีต้นไม้ยักษ์กระจุกตัวหนาแน่นใน เขตอนุรักษ์ชิลาน (Chilan Conservation Area) และ ภูเขาเบินเย่ (Benyeshan) ตามลำดับ โดยตำแหน่งของภาพขยายทั้งสองแห่งแสดงไว้ในแผนที่ (A) ด้วยสัญลักษณ์ ดาว และ สามเหลี่ยม ตามลำดับ
ที่มาของภาพ
https://www.science.org/cms/10.1126/sciadv.adz7220/asset/a9858dd6-a0a2-…
อ้างอิง
1. Rebecca Chia-Chun Hsu, Chi-Kuei Wang, Chung-Cheng Lee. The journey of finding the tallest tree in Formosa Taiwan. Frontiers in Forests and Global Change, 2026; 9 DOI: 10.3389/ffgc.2026.1746112
2. Frontiers. (2026, August 3). Scientists went looking for giant trees in Taiwan and found a lost world. ScienceDaily. Retrieved August 3, 2026 from www.sciencedaily.com/releases/2026/08/260802223431.htm
อัปเดตข่าวเด่นวิทยาศาสตร์ประจำวันได้ที่ เว็บไซต์ Curiosity - Science News Today
