แบคทีเรียในชีส ดีต่อสุขภาพลำไส้
Science News Categories
Publish date
18/08/2026
Image
แบคทีเรียในชีส ดีต่อสุขภาพลำไส้

          แบคทีเรียดีผู้สร้างรสชาติและเนื้อสัมผัสอันเป็นเอกลักษณ์ การศึกษาครั้งนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ ACS Food Science & Technology โดยทีมนักวิจัยจากหน่วยวิจัยวิทยาศาสตร์จุลชีววิทยาทางอาหาร (Food Microbial Sciences Unit) แห่งมหาวิทยาลัยเรดดิง ได้ทำการติดตามการเติบโตและการเปลี่ยนแปลงของสารเคมีในชีสทำมือของอังกฤษ 3 ชนิดที่ผลิตโดยโรงงานเนตเทิลเบด ครีมเมอรี (Nettlebed Creamery) ประกอบไปด้วยชีสเนื้อนุ่มเปลือกขาวบ่มระยะสั้น (aged slightly over a week) ชีสเนื้อกึ่งนุ่มล้างเปลือกที่บ่มนานหลายสัปดาห์ และชีสเนื้อกึ่งแข็งที่บ่มในหญ้าแห้งเป็นเวลานานราว 9 เดือน
ทีมนักวิจัยพบว่าชีสทั้งสามประเภทนี้มีแบคทีเรียที่มีศักยภาพเป็น โพรไบโอติกส์ โดยพบแบคทีเรีย Streptococcus thermophilus (ซึ่งมักใช้เป็นหัวเชื้อทำโยเกิร์ต) เป็นสายพันธุ์หลักที่อยู่รอดในชีสเนื้อกึ่งนุ่มและชีสเนื้อแข็งตลอดกระบวนการบ่ม และยังตรวจพบแบคทีเรีย Lactococcus lactis ในชีสทุกชนิดตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่งพร้อมรับประทาน นอกจากนี้ ในชีสล้างเปลือกและชีสบ่มในหญ้าแห้งยังพบแบคทีเรีย Propionibacterium freudenreichii ซึ่งสร้างกรดโพรพิโอนิก (propionic acid) ที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอล และช่วยควบคุมความอยากอาหาร
เปลือกชีสเปี่ยมประโยชน์ และปริมาณแลกโตสที่ลดลงเมื่อบ่มสุก ซาบรินา ลองลีย์ (Sabrina Longley) ผู้เขียนหลักและนักวิจัยปริญญาเอกที่พ่วงตำแหน่งช่างทำชีสประจำโรงงานเนตเทิลเบด ครีมเมอรี อธิบายว่า โครงสร้างที่เป็นโครงข่ายของไขมันและโปรตีนในชีสอาจช่วยปกป้องแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์เหล่านี้ให้ทนทานต่อกรดในระบบทางเดินอาหารขณะเดินทางเข้าสู่ลำไส้ ทำให้ชีสเป็นแหล่งโภชนาการที่มีประสิทธิภาพสูงในการส่งต่อโพรไบโอติกส์ไปยังลำไส้ของเรา
นอกจากเนื้อชีสแล้ว สำหรับคนรักชีสที่นิยมรับประทานเปลือกชีส (cheese rind) ยังมีข่าวดีเพิ่มอีกว่า เชื้อราสีขาว Penicillium candidum ที่สร้างเปลือกบางเบาบนชีสเนื้อนุ่มนั้น จะผลิต "ไคติน" (chitin) ซึ่งเป็นใยอาหารที่ทำหน้าที่เสมือน พรีไบโอติกส์ ช่วยเป็นอาหารหล่อเลี้ยงแบคทีเรียตัวดีในลำไส้ด้วย ยิ่งไปกว่านั้น ยิ่งชีสเหล่านี้ผ่านระยะเวลาการบ่มจนสุก แบคทีเรียกรดแลกติกก็จะยิ่งช่วยย่อยสลายน้ำตาลแลคโตส (lactose) ในนมวัวไปจนเกือบหมด ส่งผลให้ชีสสุกทั้ง 3 ชนิดนี้แทบไม่มีแลคโตสหลงเหลืออยู่เลย ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากต่อผู้ที่มีปัญหาย่อยแลคโตสได้ยาก
ความหวังในอนาคตและความท้าทายที่ต้องก้าวต่อไป แม้ว่าผลลัพธ์จะออกมาน่าพึงพอใจ แต่คณะผู้วิจัยได้ระบุข้อควรระวังว่า การค้นพบนี้ยังคงต้องผ่านการศึกษาและทดลองควบคุมอาหารในมนุษย์ (dietary intervention trials) ในอนาคตต่อไป เพื่อพิสูจน์ให้เห็นอย่างแน่ชัดว่ากลุ่มแบคทีเรียเหล่านี้จะมีพฤติกรรมและตอบสนองอย่างไรเมื่ออยู่ในลำไส้ของมนุษย์จริงๆ หลังจากที่เราบริโภคชีสเหล่านั้นเข้าไป

ภาพประกอบ
Graphic. Refer to the image caption for details.
Fig1. ภาพแสดงชีสแต่ละประเภท
ที่มาของภาพ
Sabrina Longley, Glenn Gibson, Anisha Wijeyesekera. Microbial and Biochemical Characterization of Three Artisan British Cheeses throughout the Maturation Process. ACS Food Science, 2026; 6 (5): 1314 DOI: 10.1021/acsfoodscitech.5c01243

ที่มาของแหล่งข้อมูล (Reference)
ScienceDaily. (2026, August 17). The bacteria that make cheese taste so good may also benefit your gut. ScienceDaily. https://www.sciencedaily.com/releases/2026/08/260816044847.htm

ค้นคว้าเพิ่มเติม (แนะนำแหล่งข้อมูลเพิ่มเติม)
Sabrina Longley, Glenn Gibson, Anisha Wijeyesekera. Microbial and Biochemical Characterization of Three Artisan British Cheeses throughout the Maturation Process. ACS Food Science, 2026; 6 (5): 1314 DOI: 10.1021/acsfoodscitech.5c01243
 
 

Created by
เรียบเรียงโดย นายธีรภัทร์ จามจุรีรักษ์ กองสื่อสารวิทยาศาสตร์ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ
3 Reads
Ribbon