ชื่อพฤกษศาสตร์ : 𝑫𝒂𝒍𝒃𝒆𝒓𝒈𝒊𝒂 𝒄𝒐𝒄𝒉𝒊𝒏𝒄𝒉𝒊𝒏𝒆𝒏𝒔𝒊𝒔 Pierre
ชื่อวงศ์ : Fabaceae
ชื่ออื่น : กระยง กระยุง ขะยุง แดงจีน ประดู่ตม ประดู่น้ำ ประดู่ลาย ประดู่เลน พะยูงไหม หัวลีเมาะ
ในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมาเราคงได้ยินได้ฟังข่าวเรื่องการลักลอบตัดและค้าไม้พะยูงแบบผิดกฏหมายอย่างค่อนข้างถี่หู โดยส่วนใหญ่ประเทศปลายทางที่จะส่งออกคือประเทศจีน การลักลอบตัดไม้พะยูงมีสาเหตุเนื่องมาจากราคาซื้อขายเนื้อไม้แปรรูปโดยเฉพาะตลาดในประเทศจีนมีราคาสูง
ส่วนที่ชาวจีนนิยมใช้ไม้พะยูงมาทำเฟอร์นิเจอร์เพราะเนื้อไม้มีสีแดงซึ่งถือเป็นสีอันเป็นสิริมงคลของชาวจีน แล้วทำไมถึงต้องลักลอบตัดไม้พะยูง? คำถามที่หลายคนอาจสงสัย ที่มาที่ไปของต้นเหตุแห่งปัญหานี้คือ การใช้ไม้ในบ้านเราส่วนมากนิยมนำมาก่อสร้างเป็นหลัก ส่วนเฟอร์นิเจอร์เป็นตลาดรอง และไม้ที่คนไทยนิยมใช้กันส่วนมากเป็นไม้สัก ทำให้การปลูกป่าเพื่อใช้เนื้อไม้จึงปลูกพยูงน้อยมาก เมื่อต้องการเนื้อไม้ก็ต้องหาตัดจากธรรมชาติ ซึ่งพื้นที่ที่ไม้พะยูงขึ้นอยู่ก็คือพื้นที่อนุรักษ์ที่มีข้อห้ามตัดไม้ ดังนั้นจึงเกิดการลักลอบตัดไม้พะยูงขึ้น
จากปัญหาดังกล่าวทำให้หลายฝ่ายและหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเริ่มตระหนักถึงการปลูกป่าไม้เศรษฐกิจกันมากขึ้น แต่เนื่องจากการปลูกป่าเพื่อการทำไม้เป็นการลงทุนในระยะยาว ดังนั้นในการปลูกสร้างสวนป่าไม้เศรษฐกิจที่ต้องใช้เวลา 20-30 ปี ควรจะต้องมีการเตรียมตัวและวางแผนรวมทั้งใช้ความรู้ทางด้านการปลูกสร้างสวนป่าและเศรษฐศาสตร์เข้ามาปรับใช้
พะยูงเป็นไม้ต้นผลัดใบ ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูงได้ถึง 25 เมตร ลำต้นมักไม่ค่อยเปลาตรง เรือนยอดเป็นพุ่มกลมหรือรูปไข่ ค่อนข้างโปร่ง เปลือกนอกของลำต้นสีเทาหรือสีน้ำตาลอมเทา เปลือกเรียบหรือแตกเป็นสะเก็ดไม่เป็นระเบียบ ใบประกอบ แบบขนนกชั้นเดียวปลายคี่ ยาว 10−15 เซนติเมตร เรียงสลับ มีใบย่อย 5−9 ใบ เรียงสลับ แผ่นใบรูปไข่แกมรูปขอบขนาน กว้าง 3−4 เซนติเมตร ยาว 4−7 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบมนหรือรูปลิ่ม ขอบใบเรียบ แผ่นใบบางคล้ายกระดาษแต่เหนียว
ดอกช่อแบบช่อแยกแขนง ออกตามซอกใบและปลายกิ่ง ดอกแบบดอกถั่ว กลีบเลี้ยงและกลีบดอกอย่างละ 5 กลีบ กลีบเลี้ยงสีเขียว โคนกลีบเชื่อมติดกันปลายแยกเป็น 5 แฉก กลีบดอกสีขาว ดอกบานขนาด 5−8 มิลลิเมตร เกสรเพศผู้ 10 อัน เชื่อมติดกันเป็น 1 มัด ผลแบบฝัก ไม่แตก ฝักบาง รูปขอบขนาน ยาว 4−6 เซนติเมตร มี 1−4 เมล็ด
พะยูงเป็นไม้ต้นที่พบขึ้นเจริญในธรรมชาติเฉพาะในแถบพม่า และแถบภูมิภาคอินโดจีนอันได้แก่ ไทย ลาว เวียดนามและกัมพูชา ในไทยพบทางภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขึ้นกระจายในป่าผสมผลัดใบ และป่าดิบแล้ง ที่ความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 100−500 เมตร ออกดอกเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม ติดผลเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน
References:
สราวุธ สังข์แก้ว. 2562. รุกขวิทยาภาคสนาม, น. 7−635. ใน สราวุธสังข์แก้ว และอัจฉรา ตีระวัฒนานนท์, บรรณาธิการ. รุกขวิทยาภาคสนาม (Field Dendrology). มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, กรุงเทพฯ
Angiosperm Phylogeny Group (APG). 2016. An update of the Angiosperm Phylogeny Group classification for the orders and families of flowering plants: APG IV. Botanical Journal of the Linnean Society 181: 1–20.
