Submitted by jakritip.i on 9 July 2026
ขอต้อนรับไดโนเสาร์คองู อุรคาซอรัส กาฬสินธุ์เอนซิส
Science Category
Image

วงการบรรพชีวินวิทยาไทยคึกคัก ขอต้อนรับไดโนเสาร์คองู อุรคาซอรัส กาฬสินธุ์เอนซิส

 

หลังจากกระแสการค้นพบไดโนเสาร์ยักษ์ นาคาไททัน ไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา วงการไดโนเสาร์และบรรพชีวินวิทยาต้องคึกคักอีกครั้ง มีประกาศการค้นพบไดโนเสาร์สกุลใหม่ชนิดใหม่ของโลก และเป็นลำดับที่ 15 ของไทย

 

อุรคาซอรัส กาฬสินธุ์เอนซิส (𝑈𝑟𝑎𝑔𝑎𝑠𝑎𝑢𝑟𝑢𝑠 𝑘𝑎𝑙𝑎𝑠𝑖𝑛𝑒𝑛𝑠𝑖𝑠) มีความหมายว่า สัตว์เลื้อยคลานงูจากกาฬสินธุ์ 

 

มาเมนชิซอริดชนิดใหม่จากหมวดหินภูกระดึงตอนบน ยุคจูแรสซิกตอนปลาย

 

ที่มาของชื่อสกุล “อุรคาซอรัส” มาจากรากศัพท์ภาษาสันสกฤต “อุรค- (उरग)” หมายถึง ผู้ที่เคลื่อนไปด้วยอก หรือ งู อันเป็นลักษณะเด่นของไดโนเสาร์กลุ่มมาเมนชิซอริด (Mamenchisaurid) ที่สัดส่วนคอยาวเป็นพิเศษดูคล้ายกับงู ผสมกับคำว่า “ซอรัส (σαῦρος)” จากภาษากรีกโบราณ หมายถึง กิ้งก่า/สัตว์เลื้อยคลาน ส่วนชื่อชนิดบ่งชี้ถึงสถานที่ค้นพบ นั่นคือแหล่งซากดึกดำบรรพ์ภูน้อย จังหวัดกาฬสินธุ์

 

งานวิจัยนี้เกิดจากความร่วมมือของทีมนักวิจัยไทย ได้แก่ นายอภิรัตน์ นิลพนาพรรณ นิสิตปริญญาเอก จากหลักสูตรบรรพชีวินวิทยา ในที่ปรึกษาของรองศาสตราจารย์ ดร.คมศร เลาห์ประเสริฐ ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ ร่วมกับ ดร.ศิตะ มานิตกุล จากศูนย์วิจัยและการศึกษาบรรพชีวินวิทยา (PRC) มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และ ดร.วราวุธ สุธีธร นักบรรพชีวินวิทยาอาวุโส ผู้บุกเบิกการขุดฟอสซิลไดโนเสาร์ไทย

 

อุรคาซอรัสถูกพบที่แหล่งซากดึกดำบรรพ์ภูน้อย ในหมวดหินภูกระดึงตอนล่าง จากยุคจูแรสซิกตอนปลาย อายุประมาณ 150 ล้านปี

 

ซึ่งในอดีตกาลเป็นที่ราบน้ำท่วมถึง ฟอสซิลนับพันที่พบเกิดจากการถูกพัดพาและสะสมตัวในแม่น้ำโบราณที่โค้งตวัด การสะสมตัวของชั้นกระดูกที่ไม่เป็นระเบียบในแหล่งขุดค้น

 

และตำแหน่งในพิกัดแผนที่กระดูกที่ทับซ้อนกัน ทีมนักวิจัยจึงนำกระดูกสันหลังชิ้นที่สมบูรณ์ที่สุดจากตัวอย่างซอโรพอดในคลังตัวอย่างมาศึกษา เปรียบเทียบ และวิเคราะห์สายวิวัฒนาการ

 

ตัวอย่างต้นแบบ (Holotype) คือ กระดูกสันหลังช่วงหน้า (Anterior dorsal vertebra) ซึ่งเมื่อใช้เทคนิคเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT-scan) ได้เผยให้เห็นว่าโครงสร้างภายในของตัวกระดูกสันหลัง (centrum) มีและช่องโพรงอากาศแบบรวงผึ้งหรือฟองน้ำ (camellate)

 

โดยลักษณะทางสัณฐานวิทยากระดูกของอุรคาซอรัสนั้น คล้ายกับกระดูกสันหลังของไดโนเสาร์สกุลมาเมนชิซอรัส (Mamenchisaurus) 2 ชนิด (ได้แก่ M. hochuanensis และ M. youngi) แต่มีลักษณะเฉพาะตัวคือ โพรงอากาศบริเวณส่วนปลายของส่วนยื่นตามขวาง (transverse process) และแผ่นกระดูก (lamina) รูปตัววายที่บริเวณส่วนกลางของโครงสร้างกระดูกด้านหน้า ลากเป็นเส้นตรงผ่านระหว่าง prezygapophysis สองข้าง และ ขอบบนของช่องไขสันหลัง (neural canal) ในแนวดิ่ง

 

เมื่อนำข้อมูลทางสัณฐานวิทยาไปวิเคราะห์วงศ์วานวิวัฒนาการ (Phylogenetic analysis) ทำให้พบว่ากระดูกชิ้นดังกล่าวอยู่ในพวกแรกเริ่มของวงศ์มาเมนชิซอริดี แยกสายออกมาจากสมาชิกตัวอื่น ๆ ในวงศ์อย่างเห็นได้ชัด จึงสามารถตั้งเป็นไดโนเสาร์ชนิดพันธุ์ใหม่ได้

 

ไดโนเสาร์วงศ์มาเมนชิซอริดีนั้นมีความหลากหลายสูงมากในยุคจูแรสซิกของภูมิภาคเอเชียตะวันออก โดยเฉพาะประเทศจีน นอกจากนี้ยังมีรายงานการค้นพบฟอสซิลในรัสเซีย ไทย และแทนซาเนียของทวีปแอฟริกา โดยเป็นไดโนเสาร์คอยาวที่มีตั้งแต่ขนาดกลางไปจนใหญ่โตมโหฬาร

 

 ความโดดเด่นของมาเมนชิซอริดคือความยาวของคอที่แทบจะเป็นสัดส่วนครึ่งหนึ่งของความยาวร่างกาย เนื่องจากมีกระดูกคอที่ยืดยาวและมีจำนวนตั้งแต่ 17-19 ชิ้น มากกว่าไดโนเสาร์คอยาวกลุ่มอื่น ๆ แต่กลับมีหางที่สั้นดูไม่สมมาตรกับความยาวลำคอ นอกจากนี้บางชนิดยังโครงสร้างคล้ายลูกตุ้มขนาดเล็กที่ปลายหางอีกด้วย

 

ประเทศไทยเคยมีรายงานการค้นพบมาเมนชิซอริดจากสองพื้นที่ ได้แก่ จากแหลมเปลว อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ในหมวดหินคลองมีน ยุคจูแรสซิกตอนกลางถึงตอนปลาย และจากภูดานม้า อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ในหมวดหินภูกระดึงตอนบน ซึ่งนักวิจัยหลายท่านพิจารณาว่ามีอายุในยุคครีเทเชียสตอนต้น ได้รับการจำแนกว่าเป็นมาเมนชิซอรัสที่ไม่ระบุชนิด (𝑀𝑎𝑚𝑒𝑛𝑐ℎ𝑖𝑠𝑎𝑢𝑟𝑢𝑠 sp.)

 

ดังนั้น การค้นพบอุรคาซอรัส จึงเป็นจิ๊กซอว์ที่ช่วยเติมเต็มข้อมูลทางวิวัฒนาการและชีวภูมิศาสตร์ของมาเมนชิซอริด สนับสนุนทฤษฎีการเชื่อมต่อระหว่างแผ่นอนุทวีปจีนตอนใต้ (South China Block) กับแผ่นอนุทวีปอินโดจีน (Indochina Block) ของประเทศไทย ทำให้สัตว์ต่าง ๆ มีการอพยพย้ายถิ่นฐานไปมาหาสู่กันได้อย่างไร้พรมแดน 

 

แหล่งซากดึกดำบรรพ์ภูน้อย ต.ดินจี่ อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ นับเป็นจูแรสซิกพาร์คที่มหัศจรรย์ของไทย ที่มีปริมาณและความหลากหลายของสัตว์มีกระดูกสันหลังมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

ซึ่งก่อนหน้านี้มีการค้นพบชนิดพันธุ์ใหม่ของโลกไปแล้วถึง 7 ชนิด ได้แก่ ฉลามน้ำจืด อะโครดัส (𝐴𝑐𝑟𝑜𝑑𝑢𝑠 𝑘𝑎𝑙𝑎𝑠𝑖𝑛𝑒𝑛𝑠𝑖𝑠) ปลากินเนื้อ อีสานอิกทีส (𝐼𝑠𝑎𝑛𝑖𝑐ℎ𝑡ℎ𝑦𝑠 𝑙𝑒𝑟𝑡𝑏𝑜𝑜𝑠𝑖) ปลาปอด เฟอร์กาโนเซอราโตดัส (𝐹𝑒𝑟𝑔𝑎𝑛𝑜𝑐𝑒𝑟𝑎𝑡𝑜𝑑𝑢𝑠 𝑎𝑛𝑛𝑒𝑘𝑒𝑚𝑝𝑎𝑒) เต่า ภูน้อยคีลิส (𝑃ℎ𝑢𝑛𝑜𝑖𝑐ℎ𝑒𝑙𝑦𝑠 𝑡ℎ𝑖𝑟𝑎𝑘ℎ𝑢𝑝𝑡𝑖) เต่า กาฬสินธุ์นีมีส (𝐾𝑎𝑙𝑎𝑠𝑖𝑛𝑒𝑚𝑦𝑠 𝑝𝑟𝑎𝑠𝑎𝑟𝑡𝑡𝑜𝑛𝑔𝑜𝑠𝑜𝑡ℎ𝑖) จระเข้ปากยาว อินโดซิโนซูคัส (𝐼𝑛𝑑𝑜𝑠𝑖𝑛𝑜𝑠𝑢𝑐ℎ𝑢𝑠 𝑝𝑜𝑡𝑎𝑚𝑜𝑠𝑖𝑎𝑚𝑒𝑛𝑠𝑖𝑠𝑜𝑠𝑜𝑡ℎ𝑖) และไดโนเสาร์กินพืชตัวจิ๋ว มินิโมเคอร์เซอร์ (𝑀𝑖𝑛𝑖𝑚𝑜𝑐𝑢𝑟𝑠𝑜𝑟 𝑝ℎ𝑢𝑛𝑜𝑖𝑒𝑛𝑠𝑖𝑠)

 

นอกจากนี้ยังเป็นบ้านของสัตว์อีกหลายชนิด เช่น สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก สัตว์เลื้อยคลานบินได้ ไดโนเสาร์กินเนื้อกลุ่มเมเทรียแคนโทซอริด (Metriacanthosaurid) และกลุ่มไทแรนโนซอรอยด์ (Tyrannosauroid) ซึ่งยังอยู่ในกระบวนการศึกษาวิจัย และมีศักยภาพสูงที่จะเป็นชนิดพันธุ์ใหม่ของโลกในอนาคต

 

Reference

Nilpanapan, A., Manitkoon, S., Suteethorn, V. et al. A new mamenchisaurid sauropod from the Lower Phu Kradung Formation, Upper Jurassic of northeastern Thailand. Sci Rep 16, 21205 (2026). https://doi.org/10.1038/s41598-026-49822-3 

 

 

 

Author
Nat. ติ่ง - สุชาดา
Upload_file
3 Reads
Ribbon