Submitted by jakritip.i on 30 October 2026
โสมชบาภูลังกา
Science Category
Image

โสมชบาภูลังกา มีชื่อวิทยาศาสตร์ Abelmoschus sagittifolius (Kurz) Merr. เป็นพืชล้มลุกอายุหลายปีจัดอยู่ในวงศ์ชบา Malvaceae ชื่อสกุล Abelmoschus มีรากศัพท์มาจากภาษาอารบิก (أَبُو المِسْك) หมายถึงบิดาแห่งชะมดหรือจุดกำเนิดชะมด มาจากเมล็ดของพืชสกุลนี้บางชนิดมีกลิ่นคล้ายน้ำมันไขชะมด

 

คำระบุชนิด sagittifolius " ,มาจากภาษาละติน “Sagitta”แปลว่าลูกศร และ “folia”แปลว่าใบไม้ ซึ่งหมายถึง “มีใบคล้ายลูกศร” มาจากลักษณะใบมีรูปแบบหลากหลายตั้งแต่รูปหัวลูกศร (sagittate) ถึงรูปเงี่ยง (hastate) รูปร่างแตกต่างกันตามวัยและตำแหน่ง (heteroblasty) แปรผันตามถิ่นอาศัยในธรรมชาติ

 

โสมชบาภูลังกามีดอกสีสันสวยงามแปรผันตามพื้นที่และมีความหลากหลายเฉดสีโดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มประชากรที่พบในพื้นที่ป่าภูลังกา มีความโดดเด่นด้วยดอกที่มีสีสันงดงามกว่าที่พบในถิ่นอื่น ๆ มีการปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจ

 

ในต่างประเทศใช้ประโยชน์ในด้านสมุนไพรพื้นบ้านที่สำคัญของภูมิภาคเอเชียมาอย่างยาวนานนับร้อยปีในตำราแพทย์แผนโบราณของเวียดนามและจีนโดยรู้จักกันในชื่อ “Sam Bo Chinh” (โสมบ๋อจิ๊ญ) ในภาษาเวียดนาม และ “Jian ye qiu kui”ในภาษาจีน(剑叶秋葵) โดยอยู่ในตำหรับยาบำรุงกำลังชั้นเลิศเพื่อถวายกษัตริย์ในอดีต จากรากสะสมอาหารที่อวบน้ำและมีขนาดใหญ่ใต้ดินลักษณะคล้ายโสมแท้ (Panax spp.)

 

ลักษณะทั่วไป : เป็นไม้ล้มลุกหลายฤดู (perennial herb) ส่วนต่าง ๆ มีขนสั้นนุ่มมีความสูงได้ถึง 2 เมตรมีระบบรากแก้วที่พัฒนาเป็นหัวสะสมอาหาร พบในที่เปิดโล่งและมีแสงสว่างส่องถึงบริเวณของป่าผลัดใบ ป่าสน ไหล่เขาที่มีหญ้าปกคลุม ทุ่งหญ้า พื้นที่รกร้าง

 

ใบ : มีความหลากหลายของรูปร่างตามวัยและตำแหน่ง (heteroblasty) ใบที่บริเวณฐานมักมีรูปไข่ รูปหัวใจ หรือรูปหัวลูกศร หูใบรูปเส้นด้าย ส่วนใบที่อยู่สูงขึ้นไปบริเวณยอดมักหยักลึกเป็น 3-5 แฉกแบบเส้นใบรูปฝ่ามือ โคนใบแฉกลึก ขอบใบจักฟันเลื่อยไม่เป็นระเบียบ แผ่นใบมีขนยาวด้านล่าง ด้านบนมีขนยาวคล้ายหนามกระจาย

 

ดอก : ดอกออกเดี่ยว ตามซอกใบ ริ้วประดับมี 6–12 ริ้ว รูปเส้นด้าย มีขนยาว กลีบเลี้ยงรูปใบ แยกจรดโคนด้านเดียว ปลายกลีบมี 5 แฉกตื้น ๆ ด้านนอกมีขนละเอียด ดอกสีเหลืองนวล ขาว ชมพูหรือชมพูอมแดง ไม่มีสีเข้มตรงกลาง เกสรเพศผู้ติดตลอดความยาว ก้านชูอับเรณูเกือบไร้ก้าน รังไข่มีขน ก้านเกสรเพศเมียแยก 5 แฉกตื้น ๆ ยอดเกสรรูปจาน โดยมักมีจุดแต้มสีแดงเข้มหรือม่วงที่กึ่งกลางโคนดอกด้านในเสมอ

 

ผล : ผลเป็นแคปซูลแห้งแตกตามรอยประสาน รูปไข่ปลายแหลมและมีขนแข็งหยาบยาวปกคลุม มีต่อมกระจายตามเส้นร่างแหเมื่อแก่จะแตกออก 5 แฉก เมล็ดมีสีน้ำตาลถึงดำ คล้ายรูปไต และมีกลิ่นหอมคล้ายชะมด

 

การกระจายพันธุ์ : พบที่อินเดีย จีน พม่า ภูมิภาคอินโดจีนและมาเลเซีย ออสเตรเลียตอนบน และทุกภาคของไทย พบมากทางภาคเหนือ ขึ้นตามที่โล่ง ชายป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง ป่าสนเขา หรือตามเขาหินปูน ความสูงจนถึงประมาณ 1000 เมตร บริเวณดินร่วนระบายน้ำได้ดีและดินทราย

 

การใช้ประโยชน์ : มีคุณค่าทางพฤกษศาสตร์พื้นบ้านและการใช้ รากอุดมไปด้วยสารเมือก (mucilage) ในปริมาณสูง ในทางการแพทย์พื้นบ้านมักใช้ในการบำรุงพลังงาน บรรเทาอาการไอเรื้อรัง และช่วยเรื่องระบบย่อยอาหาร ซึ่งปัจจุบันกำลังได้รับความสนใจอย่างมากในการนำมาพัฒนาเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ มีศักยภาพในการปลูกเป็นไม้ดอกไม้ประดับ

 

 

References:

The Vietnamese medicinal and food plant Abelmoschus sagittifolius (Kurz.) Merr., an underestimated resource,Industrial Crops and Products,Volume 216,2024,

https://www.sciencedirect.com/.../pii/S0926669024006678

https://botany.dnp.go.th/plantmonthdetail.html...

https://botany.dnp.go.th/detail.html...

https://www.efloras.org/florataxon.aspx?flora_id=2

 

Author
Nat. ปุ้น - วิสูจน์
Upload_file
2 Reads
Ribbon